แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เขตบางเขน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เขตบางเขน แสดงบทความทั้งหมด

28 กุมภาพันธ์ 2562 @ ทำไมต้องเดินเส้นทางนี้ และทำไมต้องเป็นพรรคประชาชนปฏิรูป ตอนที่ 4 ชีวิตเปลี่ยน จึงต้องเปลี่ยนปากกา

สวัสดีครับผู้อ่านทุกท่าน บทความตอนนี้ ผมอยากเริ่มจากเรื่องไกลตัวและใกล้ตัวสำหรับบางคน ก่อนผมจะพิการนั้น ผมชอบใช้ปากกาลูกลื่นยี่ห้อ "เรโนลด์" มากๆ เพราะว่า ใช้ไปเรื่อยๆ แล้วจะยิ่งลื่นมาก สีเข้มขึ้นเรื่อยๆ ผมจะใช้จนหมดแท่งแทบทุกครั้ง ถ้าไม่ได้มีใครมายืมหรือไปลืมทิ้งไว้ที่ไหน ในความทรงจำจะจำได้เสมอว่าใช้จนหมดแท่ง บ่อยๆ หลังจากต้องมากลายเป็นคนพิการรุนแรง กลายเป็นว่า ผมใช้ปากกา "เรโนลด์" ยากขึ้น เพราะแกนกลางเล็ก ผมเอาฝ่ามือประกบปากกาไม่ถนัด จากเดิมที่ว่าลื่น กลายเป็นเวลาพยายามลากเส้นตัวหนังสือ กลับสะดุด จึงต้องเปลี่ยนมาใช้ปากกาเจลยี่ห้อ "เพนเทล เอเนเจล" แทน เพราะมีแกนกลางอ้วนกว่า และลื่นกว่าเพราะเป็นหมึกเจล แน่นอนว่าราคาแพงกว่ากัน 10 เท่า แต่ผมก็จำเป็นต้องใช้ เพราะทำให้ผมทำงานคล่อง ไม่สะดุด โดยเฉพาะเวลาเซ็นต์ชื่อตัวเอง

ผมเป็นคนที่ใช้สื่อออนไลน์มาก และคุ้มค่า แต่อาจจะไม่ได้ในเชิงธุรกิจมากนัก มักใช้เพื่อการสื่อสารกับสังคมมากกว่า หลักๆ เพื่อเผยแพร่ ข้อมล วิธีการทำงาน และแนวคิด เพจ PreedanoShare เป็นอีกเพจ หนึ่งที่ผมใช้งานตามความคิดที่จะสื่อสารสั้นๆ ชวนคิด ผ่านสไลด์หน้าเดียว เช่น ที่ร่ายยาวมาข้างบน ถอดความจากสไลด์หน้าเดียวตาม concept


นายปรีดา ลิ้มนนทกุล ผู้สมัคร ส.ส.กรุงเทพมหานคร
เขต 12 (บางเขน) เบอร์ 16 พรรคประชาชนปฏิรูป

ผู้อ่านอาจจะมีคำถามว่า แล้วเรื่องปากกา มาเกี่ยวข้องอะไรกับการทำงานด้านการเมือง ผมอยากถอดความต่ออีกชั้นหนึ่งว่า เดิมผมเคยตั้งใจไว้ว่า ผมจะใช้ปากกายี่ห้อ "เรโนลด์" ไปตลอดทั้งชีวิตนี้ของผม แต่เมื่อผมต้องกลายเป็นคนพิการรุนแรง ทุกเรื่องในชีวิตเปลี่ยนไป (อย่างสิ้นเชิง) ผมพยายามปรับตัวทุกเรื่องแล้วเท่าที่คนๆ หนึ่ง จะสามารถทำได้ คนใกล้ตัวผมจะทราบดี ในท้ายที่สุดเรื่อง "ปากกา" ผมจำเป็นต้องเปลี่ยนเพื่อตอบโจทย์ความพิกการรุนแรงที่ผมเป็น

ตามแนวคิดของผมนั้น ผมว่าน่าท้าทายที่สุด สำหรับการเมืองประเทศไทย เราแก้ที่ปลายเหตุกันมามากเอาการ เราทุ่มเททรัพยากรมากมายเพื่อจะช่วยเหลือพี่น้องคนไทยที่ตกทุกข์ได้ยาก เราพยายามจะให้สวัสดิการ ให้ประชานิยมกับคนส่วนใหญ่ คนรากหญ้า เกษตรกร แรงงาน ในประเทศเรา เรากำลังทำให้คนส่วนใหญ่ในประเทศเป็นผู้รับ เราดองพวกเขาไว้ การเมืองบ้านเรากดพวกเขาเหล่านั้นไว้รึเปล่า ทั้งๆ ที่สิทธิต่างๆ อันชอบธรรมตามกฎหมายหลายร้อยฉบับ ในประเทศไทยได้เอื้อสิทธิประโยชน์ให้คนไทยไว้แล้วมากมาย เพียงเพราะคนส่วนใหญ่ในสังคมไม่รู้รึเปล่า คนรู้มากเอาเปรียบคนรู้น้อยรึเปล่า คนรู้กฎหมายเอาเปรียบคนไม่รู้กฎหมายรึเปล่า

ประเทศไทยของเรา อาจจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญก็ได้ เพียงแค่ "เปลี่ยนปากกา" เท่านั้น บางเรื่องอาจจะง่ายกว่าที่เราคิด ถ้าแก้ไขให้ถ๕ูกต้อง โดยเฉพาะการแก้ไขที่ต้นเหตุ

ที่ผมมาร่วมอุดมการณ์กับพรรคประชาชนปฏิรูป เพราะเรามีความแตกต่าง เราจะดับทุกข์ร้อนให้กับทุกคนก่อน ภายใต้กฎหมาย นับเป็นงานหลักของพรรคประชาชนปฏิรูป เราไม่มีนโยบายสวยงาม มากมายอะไร และแม้ว่า ตัวผมเอง จะไม่ได้เป็น ส.ส. ผมก็จะยังคงเดินหน้าสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับคนพิการและผู้สูงอายุต่อไป ครับ





ด้วยความนับถือ
ขอบคุณครับ

26 กุมภาพันธ์ 2562 @ ทำไมต้องเดินเส้นทางนี้ และทำไมต้องเป็นพรรคประชาชนปฏิรูป ตอนที่ 3 เลิกพรรค" ที่ผมเคยเป็นหัวหน้าพรรค (พลังพลเมือง)

สวัสดีครับผู้อ่านทุกท่าน บทควาตอนนี้ หากท่านได้อ่านจนจบ จะทราบความเป็นมาเกี่ยวกับบทบาททางการเมืองของผมในอดีต สำหรับอีกหลายๆ คน อาจจะหายสงสัย หรือถึงบางอ้อ ได้บ้าง ย้อนหลังไปเมื่อปี 2557 ช่วงต้นปี ผมกับผู้ใหญ่หลายท่านเห็นพ้องต้องกันว่าจะจดจัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาเพื่อทำงานด้านการเมืองที่จะสร้างความแตกต่าง และใช้เทคโนโลยีเข้ามามีส่วนร่วม ในชื่อ "พรรคพลังพลเมือง" จนในที่สุด เราได้รับประกาศเป็นพรรคการเมืองเมื่อวันที่ 15 พ.ค.57 ต่อมาอีก 7 วัน มีการเข้าควบคุมสถานการณ์ประเทศโดย คสช. เมื่อวันที่ 22 พ.ค.57 จึงมีประกาศให้พรรคการเมืองทุกพรรคหยุดดำเนินการกิจกรรมทางการเมือง จนถึงปัจจุบันกว่า 5 ปี

ตลอดระยะเวลาเกือบ 5 ปี นั้น อุดมการณ์ที่จะทำงานเพื่อสังคม อยู่ในก้นบึ้งของจิตใจ แทนที่จะได้ทำงานด้านการเมือง ผมจึงได้ปรับวิธีการทำงานมาใช้เป็นเครือข่าย หรือประชาสังคม แทน สิ่งสำคัญอีกประการคือ ผมได้ใช้ความเป็นประชาชนไทย อย่างเต็มที่ พบว่า มีพลังของการต่อสู้มาก สู้ไปเรื่อยๆ จนพบว่า ไม่มีความจำเป็นที่ขับเคลื่อนเปลี่ยนแปลงสังคมผ่านระบบพรรคการเมือง หรือมีที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร ส่วนตัวจึงรอโอกาสที่จะ "เลิกพรรคพลังพลเมือง" เมื่อมีการประกาศให้พรรคการเมืองเริ่มดำเนินการได้ เมื่อเวลามาถึง คสช.ประกาศ ผมรีบติดต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง กกต. เพื่อขอเลิกพรรค จนในที่สุด ผมก็ได้รับหนังสือการประกาศเป็นทางการ "เลิกพรรคพลังพลเมือง" จาก กกต. สมใจ



แต่ในท้ายที่สุดแล้ว ผมเองก็อธิบายไม่ได้เหมือนกันที่ ตัวเองที่ได้ขับเคลื่อนพิทักษณ์สิทธิ์ผ่าน "เครือข่ายพิทักษ์สิทะิ์คนพิการ" และไม่เคยรู้จักกับอาจารย์ไพบูลย์ นิติตะวัน (หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป) เป็นการส่วนตัว กลับต้องนำพาคนพิการและผู้ดูแลคนพิการ ผู้เสียหาย ซึ่งมีความทุกข์ร้อน จากการถูกเอารัดเอาเปรียบ ไม่เป็นธรรม มาขอความช่วยเหลือจากท่านอาจารย์ไพบูลย์ นิติตะวัน โดยตรง จนกระทั่งมีสถานการณ์สำคัญ ทำให้ในท้ายที่สุดแล้ว ผมได้ลงสมัครเป็น ผู้สมัคร ส.ส.กรุงเทพมหานคร เขต 12 (บางเขน) เบอร์ 16 พรรคประชาชนปฏิรูป

ประกาศรับรองการมีสิทธิ์ ลงเป็นผู้สมัคร ส.ส.กรุงเทพมหานคร
เขต 12 (บางเขน) เบอร์ 16 พรรคประชาชนปฏิรูป

กราฟฟิคประกาศรายชื่อ เขต เบอร์ กรุงเทพมหานคร ของพรรคประชาชนปฏิรูป

โดยปกติแล้วชีวิตของผมก็จะตื่นเต้นเป็นระยะๆ ครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน เหตุปัจจัยรอบตัวเรา สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ทำให้ต้องลงสมัคร ส.ส.กรุงเทพมหานคร มีเรื่องน่าสนใจอีกหลายเรื่อง รวมถึงมีนโยบายของพรรคประชาชนปฏิรูปดีๆ ที่จะแบ่งปัน รวมถึงไอเดียการพัฒนาศักยภาพทุกด้านของคนพิการและผู้สูงอายุ ที่สามารถปฏิบัติได้จริง ไม่เป็นเพียงการโฆษณาว่าจะทำ หรือถ้าได้เป็นรัฐบาล แล้วจะทำ มาแบ่งปัน ในตอนต่อๆ ไป ครับ




ด้วยความนับถือ
ขอบคุณครับ

25 กุมภาพันธ์ 2562 @ ทำไมต้องเดินเส้นทางนี้ และทำไมต้องเป็นพรรคประชาชนปฏิรูป ตอนที่ 2 กับคำพูดที่ว่า "เราต่างคนต่างก็ไม่ได้อยากเป็นนักการเมือง"

สวัสดีครับผู้อ่านทุกท่าน ในตอนที่ 2 นี้ ผมยังคงอยู่กับความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อพรรคประชาชนปฏิรูป ผมนำภาพบรรยากาศในวันที่ 6 พ.ย.62 ที่ผมนำพาทุกคน (คนพิการและผู้ดูแลคนพิการ) ที่ทุกข์ร้อน จากการถูกเอารัดเอาเปรียบและถูกละเมิดสิทธิ์ ถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม เข้าร่วมประชุมพูดคุยกับท่านอาจารย์ไพบูลย์ นิติตะวัน ในวันเดียวกันพวกเราทุกคน ได้สมัครเป็นสมาชิกพรรคประชาชนปฏิรูป เพื่อขอรับความช่วยเหลือทางด้านกฎหมาย เป็นนโยบายของพรรคประชาชนปฏิรูป ที่จะให้ความช่วยเหลือแก่สมาชิกพรรค

ในวันนั้นการประชุมพูดคุยใช้เวลาพอสมควร จนลุล่วง ทุกคนแยกย้ายกันกลับ ผมยังอยู่ต่อเพราะมีเรื่องปรึกษาเกี่ยวกับการเตรียมเอกสารสำหรับการช่วยเหลือกลุ่มผู้ทุกข์ร้อน หลังจากนั้นผมมีโอกาสอยู่คุยต่อกับ พล.อ.จิรศักดิ์ บุตรเนียร (รองเลขาธิการพรรค) จนถึงเรื่องที่ผมอยากบอกเล่าให้กับผู้อ่านได้รับรู้ และเข้าใจตามที่ผมสัมผัสได้ ถึงบทสนทนาสำคัญ ที่ผมปฏิเสธการเข้าร่วมงานกับทางพรรคแบบเป็นทางการ ผมจึงมีโอกาสถามกับ พล.อ.จิรศักดิ์ บุตรเนียร ว่า "ทำไมพี่ถึงได้เข้ามาร่วมงานกับพรรคครับ" คำถามนี้ ทำให้การสนทนามีอรรถรสมากขึ้น และส่วนตัวผมประทับใจกับคำตอบที่ว่า "ผมก็เหมือนคุณปรีดา เราเหมือนกัน ผมก็ไม่ได้อยากเป็นนักการเมือง แต่เราจะทำงานการเมืองให้นักการเมืองดูว่าควรทำอย่างไร" (ผมอาจจะจำไม่ได้ทุกถ้อยคำ แต่ความหมายใกล้เคียงกัน)











ภาพถ่ายหมู่ที่พรรคประชาชนปฏิรูปเมื่อ 6 พ.ย.61

บางครั้งรอยต่อของการเปลี่ยนแปลงนั้น มันนิดเดียว เหมือนขนนก เบาบางแต่เปี่ยมไไปด้วย ความเต็มใจ ที่มากเกินพอที่จะทำให้ตัดสินใจร่วมอุดมการณ์กับพรรคการเมืองที่ มีทิศทางชัดเจนในการแก้ไขความทุกข์ร้อนของกลุ่มคนพิการและผู้สูงอายุ ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมให้กับผู้ทุกข์ร้อน ไม่ว่าพรรคประชาชนปฏิรูป จะได้ ส.ส. กี่ที่นั่งก็ตาม หรือแม้แต่ตัวผมเอง ไม่ได้เป็น ส.ส. ก็ตาม งานพิทักษ์สิทธิ์คนพิการ ก็จะยังคงเดินหน้า ชีวิตยังคงต้องดำเนินการต่อ การได้เป็น ส.ส. สำหรับผมแล้ว จะเป็นเพียงการเพิ่มกำลังให้มีมากขึ้น สำคัญที่สุด การมีองค์กรระดับชาติ "พรรคประชาชนปฏิรูป" หนุนหลังนั้น สำหรับผมคือ ที่สุดของการทำงานเพื่อส่วนรวมแล้วครับ



ด้วยความนับถือ
ขอบคุณครับ

25 กุมภาพันธ์ 2562 @ ทำไมต้องเดินเส้นทางนี้ และทำไมต้องเป็นพรรคประชาชนปฏิรูป ตอนที่ 1 อารัมภบท และสิ่งสำคัญ

สวัสดีครับผู้อ่านทุกท่าน ในห้วงเวลานี้ก่อนที่จะถึงการเลือกตั้งในวันที่ 24 มีนาคม 2562 ตัวผมเองก็ไม่ได้คิดฝันถึงเรื่องที่ตัวเองจะเข้ามาลงสนามเลือกตั้งในฐานะ ผู้สมัคร ส.ส.กรุงเทพมหานคร เขตเลือกตั้งที่ 12 (เขตบางเขน) เบอร์ 16 พรรคประชาชนปฏิรูป และส่วนตัวก็ค่อนข้างมั่นใจเลยว่า ผมคงไม่ได้คะแนนเสียงสักเท่าไหร่ จากตัวตนของผมเอง หากจะได้คะแนนเสียงก็คงจะมาจากชื่อเสียงของอาจารย์ไพบูลย์ นิติตะวัน เสียเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะได้สักกี่เสียง ผมจึงขอใช้พื้นที่ส่วนตัว ที่เป็นเว็บไซต์ที่ผมทำมานานแล้วกว่า 10 ปี ข้างล่างมีบทความมากมายที่ผมรวบรวมไว้เป็นพันบทความ เชื่อมโยงเว็บไซต์ต่างๆ ที่ผมทำขึ้นมามากกว่า 40 เว็บไซต์ แน่นอนว่า ผมเองก็ไม่รู้จะนำเสนออย่างไรให้กับทุกๆ คน เพียงในระยะเวลาสั้นๆ เพียง 1 เดือน ก่อนการเลือกตั้ง ช่องทางเดียวที่จะเหมาะสมที่สุดคือ การใช้สื่ออนไลน์ที่มีในมือเท่านั้น

เรื่องสำคัญที่สุด 2 เรื่อง สำหรับผมที่เข้ามามีส่วนร่วมทางการเมืองครั้งนี้ภายใต้ชื่อพรรคประชาชนปฏิรูป คือ น้ำใจของอาจารย์ไพบูลย์ นิติตะวัน รวมถึงพี่ๆ ในพรรค และแนวทางการดำเนินงานของพรรคประชาชนปฏิรูป ที่มีทิศทางเดียวกัน ในหลายๆ มิติ โดยเฉพาะเรื่องของคนพิการและผู้สูงอายุ




สำหรับบทความแรกนี้ ผมขอเกริ่นถึงจุดบรรจบที่มาได้มาเจอกับผู้บริหารพรรคและอาจารย์ไพบูลย์ นิติตะวัน เริ่มต้นจากการที่ผมกับผู้ทุกข์ร้อน (คนพิการและผู้ดูแลคนพิการ จ.สมุทรสาคร) ได้ร่วมกันลุกขึ้นต่อสู้พิทักษ์สิทธิ์ เพราะถูกผู้นำคนพิการเอารัดเอาเปรียบ และปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม ตามด้วยการยื่นเรื่องร้องเรียนอีกหลายจังหวัดต่อมา จนเริ่มมีกลุ่มบุคคลที่เสียผลประโยชน์จากการแฉโกงคนพิการ ส่งสัญญาณว่าอาจจะใช้วิธีลัดตัดตอนด้วยการทำร้ายตัวผม ทำให้เพื่อนมัธยยมของผมที่หวังดี อยากให้ผมได้รู้จักกับ พล.อ.จิรศักดิ์ บุตรเนียร (รองเลขาธิการ พรรคประชาชนปฏิรูป) ซึ่งท่านได้ให้เวลาผมในการพูดคุยอยู่หลายชั่วโมง

ความรู้สึกที่ผมสัมผัสได้นั้น เปี่ยมไปด้วยไมตรี และความเมตตาที่มีให้ ต่อมาผมได้มีโอกาสเข้าร่วมประชุมพรรคประจำสัปดาห์ ในฐานะผู้สังเกตการณ์ จนทำให้ผมเริ่มสัมัสได้ถึงบางสิ่งบางอย่าง หรือในมิติของผม ขอใช้คำว่า "ธรรมชาติของพรรคประชาชนปฏิรูป" ประโยคที่ผมชอบมากและตรงกับใจผม พล.อ.จิรศักดิ์ บุตรเนียร กล่าวว่า "แนวทางของเราไม่ได้คล้ายแต่เหมือนกันทุกอย่าง" ยังมีประโยคที่ผมชอบอีกหลายประโยคที่ผู้บริหารพรรคประชาชนปฏิรูป บอกผม ซึ่งผมจะได้ทยอยเล่าให้ทุกท่านได้อ่านกันในบทความต่อๆ ไป



ต่อมา ผมได้เข้าร่วมประชุมกับท่านอาจารย์ไพบูลย์ นิติตะวัน หลายครั้ง มีไลน์ท่าน มีเบอร์มือถือของท่าน ผมสามารถโทรหาท่านได้โดยตรง ที่สำคัญคือ ท่านอาจารย์ไพบูลย์ นิติตะวัน ได้ชวนผม เพื่อให้เข้าร่วมกันทำงานกับพรรคประชาชนปฏิรูปแบบเป็นทางการ ในฐานะกรรมการบริหารพรรค แน่นอนว่าความสามารถของผมคือประเด็นที่เกี่ยวข้องกับคนพิการและผู้สูงอายุ ซึ่งส่วนตัวแล้วผมเกรงใจทั้งกับอาจารย์ไพบูลย์ นิติตะวัน และ พล.อ.จิรศักดิ์ บุตรเนียร อย่างมาก เพราะไม่คิดว่าตัวผมเองจะมีความสามารถในการทำงานกับให้พรรคได้ 

แต่ในที่สุดแล้ว ความเมตตา ความตั้งใจ มุ่งมั่น ที่จะช่วยเหลือผู้เสียหาย (คนพิการและผู้ดูแลคนพิการ) ของทั้งสองท่าน และทุกๆ ท่านในพรรค ไม่ว่าจะเป็น ทนาย เจ้าหน้าที่ น้องจิตอาสา ทุกๆ คน ทำให้ผมสำนึกขึ้นมาเองเลยว่า ตัวผมเองควรทำอะไรให้พรรคประชาชนปฏิรูป บ้าง ถึงแม้ว่า ผมจะประเมินความสามารถตัวเองว่ายังไม่สามารถ แต่แรงเล็กๆ ของเราน่าจะช่วยพรรคได้บ้างไม่มากก็น้อย




เส้นทางเดินที่บรรจบกับพรรคประชาชนปฏิรูป จึงเริ่มต้นจาก "ความทุกข์ร้อน" ของคนพิการและผู้ดูแลคนพิการ ที่ต้องการความช่วยเหลือทางด้านกฎหมายจากพรรคประชาชนปฏิรูป นั่นเอง เพราะการมีทนายช่วยว่าความให้พวกเรานั้น เป็นเรื่องที่ไม่คาดคิด สำหรับคนยากไร้ที่มีข่าวมากมายว่าถูกทนายหลอกลวงนั้นมีมากมาย เราไม่รู้ว่าจะโดนใครหลอกบ้าง แต่ที่นี่ พรรคประชาชนปฏิรูป ผมสัมผัสได้ถึงจิตใจที่เปี่ยมล้นด้วยความตั้งใจที่ต้องการช่วยเหลือทุกๆ คน จริงๆ รวมถึงผู้เสียหายจากคดีอื่นๆ (เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น หรือ ผู้ค้าในตลาดจตุจักร หรือชุมชนชาวพุทธวัดบางคลาน จ.พิจิตร หรือ ผู้กู้ทุน กยศ.) ด้วย

วินาทีที่ผมได้เข้าร่วมอุดมการณ์กับพรรคประชาชนปฏิรูป ทำให้ผมมีความรู้สึก ไม่โดดเดี่ยว ว่าต้องต่อสู้โดยลำพัง เรามีองค์กรการกุศลระดับชาติในนาม "พรรคประชาชนปฏิรูป" เป็นหลักให้กับพวกเรา ซึ่งเป็นผู้ทุกข์ร้อน จากการทุจริตคอรัปชั่น จากผู้นำคนพิการ จากเอกชน และจากข้าราชการบางคน ที่มองคนพิการเป็นเพียง คนไม่รู้กฎหมาย ไม่รู้สิทธิ์ เท่านั้น และจากจุดเริ่มต้นนี้เอง ทำให้ผมเปรียบเสมือนเสือติดปีก ที่จะสามารถทำอีกหลายสิ่งหลายอย่างให้กับพี่น้องคนพิการและผู้สูงอายุ ได้เพิ่มมากขึ้นครับ ในบทความต่อๆ ไป ผมจะได้นำสาระอันเป็นประโยชน์กับคนพิการและผู้สูงอายุ ภายใต้กฎหมายทุกฉบับที่มีในไทย ทำได้จริง แทบไม่ต้องตั้งงบประมาณ เพียงรู้กฎหมายและสิทธิ์เท่านั้นครับ



ขอบพระคุณภาพถ่ายของสำนักข่าวต่างๆ (TNN, ช่อง 7, ช่อง 3, ช่อง Nation 22) และ Google

ด้วยความนับถือ
ขอบคุณครับ

8 มีนาคม 2562 @ ทำไมต้องทำงานการเมือง และทำไมต้องเป็นพรรคประชาชนปฏิรูป ตอนที่ 10 ต่อเนื่องกับจังหวัดกาฬสินธุ์ ช่วยแก้ทุกข์ร้อนผู้สูงอายุ ตามอุดมการณ์พรรคประชาชนปฏิรูป

สวัสดีครับผู้อ่านทุกท่าน บทความนี้ผมขอวกกลับไปที่กลุ่มพี่ๆ น้องๆ จังหวัดกาฬสินธุ์ ที่ลงสมัคร ส.ส.จังหวัดกาฬสินธุ์ทั้ง 3 ท่าน 3 เขต และมีแนวทางในการหาเสียงแตกต่างจากผู้สมัครของพรรคการเมืองอื่น ตรงที่ ไม่ได้ไปลุยหาเสียงสวัสดีญาติพ่อแม่พี่น้อง ยกมือไหว้ แจกบัตรแนะนำตัว พูดคุยสารทุกข์สุกดิบ อาจมีคุยให้ความหวังบ้าง แล้วก็จากไป บางคนอาจพบกันครั้งเดียวในชีวิตก็ได้ เพราะมาหาเสียงแล้วไม่ผ่านก็หยุดไปเลย

แต่ทั้ง 3 ท่านของกาฬสินธุ์ กลับใช้โอกาสนี้ ไปช่วยเหลือผู้ทุกข์ร้อน โดยเฉพาะผู้เฒ่าผู้แก่ ที่มีอาการเจ็บป่วยจนมีความพิการ แต่ไม่มีใครพาไปหาหมอ เพื่อขอใบรับรองความพิการ และพาไปทำบัตรคนพิการ เพราะบัตรคนพิการหมายถึง สิทธิประโยชน์มากมายที่ผู้สูงอายุเหล่านี้จะได้รับ เพิ่มเติม นอกจากการได้สิทธิของผู้สูงอายุ เช่น เบี้ยยังชีพ จะได้เพิ่มไปเลย 2 เบี้ย คือ เบี้ยผู้สูงอายุ และเบี้ยคนพิการ เป็นต้น ดังนั้น ในตอนท้ายของบทความนี้ ผมจะเชื่อมโยงความรู้การเลือกตั้ง เข้ากับความรู้ของผู้สูงอายุ ไปพร้อมๆ กัน และหวังว่าจะเป็นประโยชน์กับผู้อ่าน และทุกๆ คน ทุกๆ ฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ครับ


ในบทความตอนที่ 5 คุณอรสา วงษา (เขต 1 เบอร์ 6) คุณพิชชานันท์ ผลวาด (เขต 2 เบอร์ 10) คุณฐานิดา อนุอัน (เขต 3 เบอร์ 2) ได้ตะลุยพื้นที่หาเสียงด้วยการพาผู้สูงอายุไปหาหมอและขึ้นทะเบียนขอรับบัตรคนพิการที่สุดยากเย็นจนสำเร็จ และยังคงทำต่อเนื่อง ในตอนที่ 10 นี้ ผมจึงอยากนำมาแบ่งปันผู้อ่านกันอีกรอบ แบบให้ความรู้ไปด้วยในตัว โดยทั้ง 3 ท่านพาผู้สูงอายุ ไปตรวจที่โรงพยาบาล และก็พาไปรับบัตรที่ พมจ.กาฬสินธุ์ ทั้งหมด 4 ผู้เฒ่า ดังนี้ครับ
  1. คุณยายแหลม วังหอม อายุ 82 ปี พิการหูหนวก
  2. คุณตา พา หล่าศรี อายุ 65 ปี หูหนวก
  3. คุณตา คำบู่ ภูแล่นคู่ อายุ 63 ปี กระดูกทรุด
  4. คุณยาย หลาว ชัยมาตร์ อายุ 75 กระดูกไขข้อเสื่อม 
จนได้รับบัตรคนพิการทั้ง 4 คน ครบ เสร็จภารกิจตามที่ตั้งใจไว้ ท้ายที่สุดแล้ว ในทรรศนะของผม ผมเห็นว่า แม้ว่าผลการเลือกตั้งในจังหวัดกกาฬสินธุ์ จะเป็นอย่างไรไม่รู้ ผมรู้แต่เพียงว่า อุดมการณ์ของพรรคประชาชนปฏิรูป บรรลุวัตถุประสงค์แน่นอน เพราะเป็นการช่วยเหลือให้ผู้เฒ่าผู้แก่ ปลดจากความทุกข์ ทำแม้ว่าจะยังไม่ได้เป็น ส.ส. และก็ยังคงทำต่อไปเรื่อยๆ ไม่ต้องรอให้เป็น ส.ส. เสียก่อน เหมือนพรรคอื่นๆ ที่บอกว่า ถ้าได้เป็นถึงจะทำ

(ซ้ายไปขวา) คุณฐานิดา อนุอัน คุณยายแหลม วังหอม คุณตาพา เหล่าศรี

(ซ้ายไปขวา) คุณฐานิดา อนุอัน คุณยายหลาว ชัยมาตร์ คุณตาคำปู ภูแล่นคู่



ส่วนตัวขอชื่นชม และขอให้ยึดมั่นในแนวทางนี้นะครับ ทั้ง 3 ท่าน ยังเป็นประธานเครือข่ายพิทักษ์สิทธิ์คนพิการจังหวัดกาฬสินธุ์ (คุณฐานิดา อนุอัน) และรองประธานฯ ทั้ง 2 ท่าน (คุณอรษา วงษา และคุณพิชชานันท์ ภูแป้ง) และคอยช่วยเหลือคนกาฬสินธุ์มาโดยตลอด ไม่ใช่แค่เพียงเรื่องคนพิการ ทั้ง 3 ท่าน จึงเป็นอีกตัวอย่างหนึ่ง ที่เป็นฟันเฟืองเล็กๆ ระดับจังหวัด ที่มีคุณภาพคับแก้ว ของพรรคประชาชนปฏิรูป

สำหรับความรู้ช่วง "เลือกตั้งฟังทางนี้": ตอนนี้ผมขอให้ความรู้เรื่องผู้สูงอายุ ที่ในปี 2562 นี้ เรามีผู้สูงอายุถึงมากกว่า 12 ล้านคน  อาจจะน้อยกว่าช่วงวัย 35-50 ปี ที่มีมากถึง 15 ล้านคน อีกข้อมูลที่น่าสนใจคือ ในประเทศไทย มีคนพิการ ประมาณ 2 ล้านคน และเป็นผู้สูงอายุที่ขึ้นทะเบียนคนพิการ 50% คือ 1 ล้านคน หมายความว่า ยังมีผู้สูงอายุอีกจำนวนมากที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนคนพิการ เช่น 4 ผู้เฒ่า ที่กลุ่มผู้สมัคร ส.ส. กาฬสินธุ์ ทั้ง 3 ท่าน พาไปหาหมอและขึ้นทะเบียนคนพิการ ซึ่งทั้ง 4 ผู้เฒ่า ในอนาคตอันใกล้นี้จะได้รับสิทธิประโยชน์มากมายจากสิทธิคนพิการ หากผู้สมัคร ส.ส. ทุกๆ ท่าน ทำแบบเดียวกันกับที่ คุณฐานิดา อนุอัน คุณอรษา วงษา และคุณพิชชานันท์ ภูแป้ง ทำ หลังเลือกตั้ง คงมีคนพิการที่เป็นผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอีกเป็นแสนราย ซึ่งจะเป็นการบรรเทาทุกข์ร้อนของผู้เฒ่าตามต่างจังหวัดได้อย่างแน่นอน




ผมหวังว่าสาระเล็กๆ น้อยๆ ในบทความตอนนี้ คงพอมีบางสิ่งบางอย่างกระตุกให้ผู้สมัคร ส.ส. ทั่วประเทศ ได้มีแนวทางที่จะช่วยเหลือผู้ทุกข์ร้อน ดังเช่น ผู้สมัคร ส.ส.จังหวัดกาฬสินธุ์ ของพรรคประชาชนปฏิรูป ทั้ง 3 ท่าน ได้บ้าง ไม่มากก็น้อยนะครับ ร่วมด้วยช่วยกัน ประเทศไทยจะได้ถูกยกระดับขึ้นครับ

ด้วยความนับถือ
ขอบคุณครับ

7 มีนาคม 2562 @ ทำไมต้องทำงานการเมือง และทำไมต้องเป็นพรรคประชาชนปฏิรูป ตอนที่ 9 ออกมาแฉโกงคนพิการแล้วมาสงสมัคร ส.ส. วางแผนไว้รึเปล่า

สวัสดีครับผู้อ่านทุกท่าน สำหรับพื้นที่เว็บไซต์ส่วนตัวนี้ จากบทความนี้ไป ผมจะเริ่มแทรกเนื้อหาที่ผู้อ่านได้ประโยชน์อย่างน้อย 1 เรื่อง โดยจะพยายามนำเรื่องสิทธิคนพิการมาแบ่งปัน ที่ปฏิบัติได้จริงภายใต้กฎหมาย อย่างน้อยผู้อ่านจะได้นำไปปรับใช้ในพื้นที่ได้ นำไปช่วยเหลือคนพิการได้ ในช่วงหัวข้อ "พิทักษ์สิทธิ์ บอกสิทธิ์คนพิการ" ในตอนท้ายบทความ กลับมาที่หีวข้อบทความนี้ หากอ่านแล้ว อาจจะรู้สึกว่า ผมนำมาจั่วหัวทำไม เรื่องเกิดขึ้นจากวันที่ผมต้องมีขึ้นศาลถึง 2 แห่ง ภายในวันเดียวกัน ทำให้ต้องตัดสินใจไปศาลจังหวัดแห่งหนึ่งในตอนเช้า นั่นหมายความว่าอีกศาลแห่งหนึ่งที่ต้องเริ่มช่วงบ่ายโมง ผมคงไปไม่ได้แน่ๆ เพราะไม่รู้ว่า จากศาลแรกในตอนเช้าจะเสร็จเมื่อไหร่ เพราะอยู่ต่างจังหวัดกัน จึงทำให้ผมมีความจำเป็นต้องมอบอำนาจให้พี่ที่สนิทกันไปศาลแทน

ต่อมามีทางรายการอารยสถาปัตย์ของคุณกฤษณะ ละไล ทางช่องเนชั่น 22 ติดต่อมายังพรรคประชาชนปฏิรูป ผมจึงได้รับมอบหมายจากท่านอาจารย์ไพบูลย์ นิติตะวัน ให้ไปร่วมอัดรายการนี้ด้วย แต่ต้องบอกทุกท่านก่อนว่า เงื่อนไขสำคัญคือ ผมต้องเสร็จธุระจากศาลช่วงเช้าก่อนเท่านั้น ส่วนการไปร่วมอัดรายการเป็นเรื่องรองว่าจะไปทันหรือไม่ สำหรับผมนั้นก็ไม่แปลก เราเห็นออกบ่อยที่ผู้ร่วมรายการมาไม่ทัน แต่เมื่อเดินทางมาถึง ก็สามารถเข้าร่วมรายการได้ตอนช่วงเบรคโฆษณา ซึ่ง ณ วันนั้น ผมก็เดินทางไปร่วมรายการทัน

ต่อมากลับมีข้อความในสื่อออนไลน์ ที่ตำหนิผมว่า ที่ผมออกมาแฉโกงคนพิการเพราะจะมาลงเล่นการเมือง ผมจึงมีความตั้งใจว่าจะใช้พื้นที่ของผมได้บอกกล่าวบางความคิด บางความรู้สึก ในห้วงเวลานี้ผมได้สัมผัสประสบการณ์มากมายจากการลุกขึ้นมาเป็นแกนนำต่อสู้กับการทุจริตคอรัปชั่นเงินคนพิการ สิทธิ์คนพิการ ทำให้ฝ่ายตรงข้ามฟ้องศาลถึง 3 คดี ประสบการณ์ตรงนี้ผมจะนำไปแบ่งปันในเว็บ "เครือข่ายพิทักษ์สิทธิ์คนพิการ" บวกกับมาเชื่อมโยงที่จังหวะพาเดินไปแบบไม่ได้ตั้งใจ แต่เต็มใจ ที่มาทำงานด้านการเมือง ทั้งแบบระยะสั้นและระยะยาว แน่นอนว่า ผมคงได้มีประสบการณ์ในอีกรูปแบบหนึ่ง และน่าจะเป็นรูปแบบใหม่ที่ถูกพัฒนาขึ้นตามอุดมคติที่เคยวาดฝันไว้ อย่างไม่น่าเชื่อ


บรรยากาศตอนไปอัดรายการอารยสถาปัตย์ที่ช่องเนชั่น 22



จากคำกล่าวของเพลโต "คนที่ฉลาดเกินกว่าจะยุ่งเรื่องการเมือง จะถูกลงโทษด้วยการถูกคนที่โง่กว่าปกครอง" ผมชอบมากๆ เพราะขณะนี้วงการคนพิการ สามารถสะท้อนวงการการเมืองได้อย่างมีนัยยะ ปัจจุบัน คนที่เก่งๆ ฉลาดๆ ส่วนใหญ่เป็นคนดีด้วย มักพูดว่า ไม่อยากยุ่งกับเรื่องผลประโยชน์และเรื่องการโกงกินกันของผู้นำคนพิการ เพราะคนเหล่านี้ใหญ่โตมโหรทึก มีอำนาจ มีบารมี สุดท้ายก็บ่นกันไป อาจต้องบ่นไปตลอดชาติ ส่วนตัวผม ผมไม่คิดว่าจะมีอายุยืนยาวอะไร เป็นคนพิการรุนแรง ตายได้ตลอดเวลา ที่สำคัญก่อนตาย ผมอยากทำประโยชน์เพื่อประเทศชาติให้สมกับที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ ไม่รู้ว่าจะได้เกิดมาเป็นมนุษย์อีกรึเปล่า

ดังนั้นผมขอบอกฝ่ายตรงข้ามไว้ก่อนเลยว่า จะฟ้องกี่คดีก็ไม่สนใจ เพราะผมสนใจแต่ว่า ผมกำลังทำอะไรอยู่ ทำประโยชน์เพื่อสาธารณะ เพื่อแผ่นดิน เพื่อไม่ให้มีความเสียหายเกิดขึ้นในประเทศไทย หากจะฟ้องแก้เกี้ยว กลัวเสียหน้า อยากบอกว่า ก็ไม่ควรทำเรื่องที่ผิดกฎหมายโกงคนพิการ คนเหล่านี้เวลาทำเรื่องทุจริตมักชอบพยายามหาเหตุผลบอกตัวเองว่าใครๆ ก็ทำกัน สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทราบดีว่า ผมทำเพื่อส่วนรวม ถึงจะต่อว่าผมในสื่อออนไลน์ก็ไม่เป็นไร คนที่พิมพ์ว่าผม เขานั่นละรู้ตัวดีว่าเท็จจริงคืออะไร สังเกตได้ว่าผมไม่เคยไปฟ้องร้องใคร ส่วนใหญ่มีแต่ฟ้องร้องผม

ผมว่านะ ท้ายบทความ มาพูดถึงสาระของการเลือกตั้งครั้งนี้ดีกว่าครับ กับช่วง "เลือกตั้งฟังทางนี้"

"เลือกตั้งฟังทางนี้": จากข้อมูลของ กกต. พบว่า มีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งในครั้งนี้ถึง 51.56 ล้านคน ช่วงอายุที่มากที่สุดระหว่าง 36-50 ปี มีมากถึง 15 ล้านคน คนรุ่นใหม่กว่า 5.6 ล้านคน ในอดีตครั้งล่าสุดปี 54 มีการออกมาใช้สิทธิ์กว่า 75% เมื่อเปรียบเทียบกับผลการสำรวจของ กกต. ครั้งนี้กลับมีสถิติว่าจะออกมาใช้เสียงเลือกตั้งถึง 95% ส่วนตัวผมสนใจตรงนี้มากกว่า / ข้อมูลจากลิงก์ https://www.springnews.co.th/news/355506






ส่วนตัวผมอยากแบ่งปันข้อมูลน่าสนใจของกลุ่มคนพิการนะครับ ที่มีประมาณ 2 ล้านคน แต่ทุกคนมีครอบครัว ผมประมาณการอีก 2 เท่า จึงขออนุมานว่ามีครอบครัวคนพิการรวมคนพิการแล้วประมาณ 6 ล้านคน คิดที่ 75% แปลว่า อาจมีครอบครัวคนพิการออกไปใช้สิทธิ์มากถึง 4.5 ล้านคน ยังไม่รวมกลุ่มผู้สูงอายุนะครับ ผมเห็นว่า กลุ่มครอบครัวคนพิการ น่าสนใจอย่างมากหากมีนโยบายที่ตอบโจทย์การส่งเสริมคุณภาพชีวิตของคนพิการได้ ให้หลุดพ้นจากการทุจริตคอรัปชั่นในภาวะปัจจุบัน




ครั้งหน้าผมอยากนำสาระดีๆ มาแบ่งปันให้ผู้อ่านได้เพิ่มมุมมองสำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้ พร้อมๆ กับ จะเริ่มให้ข้อมูลที่น่าสนใจของคนพิการเพิ่มขึ้นนะครับ


ด้วยความนับถือ
ขอบคุณครับ

6 มีนาคม 2562 @ ทำไมต้องทำงานการเมือง และทำไมต้องเป็นพรรคประชาชนปฏิรูป ตอนที่ 8 ตอบคำถาม "ทำไมต้องเป็นพรรคประชาชนปฏิรูป"

สวัสดีครับผู้อ่านทุกท่าน สำหรับบทความตอนที่ 7 ที่ผ่านมา ผมได้ตอบคำถามไปแล้วว่า "ทำไมต้องทำงานการเมือง" สำหรับคำตอบในบทความนี้ว่า "ทำไมต้องเป็นพรรคประชาชนปฏิรูป" อาจจะเป็นเรื่องบังเอิญที่ผมเคยไปอัดรายการที่ช่องเนชั่น 22 (Nation 22) ประเด็นเรื่องนโยบายอารยสถาปัตย์ แล้วพอดีทางรายการ "ล่าความจริง" ของเนชั่น เช่นกัน ซึ่งคอยติดตามการขับเคลื่ออนแฉการโกงคนพิการมาตั้งแต่ 17 กันยายน 2561 มีช่วงรายการ "ปีกธงเลือกตั้ง" จึงได้สัมภาษณ์เก็บไว้ ซึ่งตัวผมเองตอบอะไรไปบ้างก็จำไม่ได้ ก็ตอบไปสมควร พอได้นำมาออกอากาศเมื่อวาน 5 มีนาคม 2562 ผมดูแล้ว ตรงกับบทความตอนที่ 8 นี้พอดี ว่าทำไมผมถึงมาทำงานการเมืองกับพรรคประชาชนปฏิรูป ผู้อ่านลองรับชมรับฟังจากคลิปข่าวแทนนะครับ ชมตามถนัดนะครับ เพราะมีเวอร์ชั่นเพื่อนถ่ายมาจากหน้าจอทีวี และส่งคลิปสั้นๆ มาให้ หรือชมจากข่าวตัวเต็มก็ได้ข้างล่าง



ลิงก์รายการ "ล่าความจริง" ช่วงปักธงเลือกตั้ง (ตั้งแต่เวลาที่ 1.51.00)


กับการขับเคลื่อนที่เข้มข้น เป็นประวัติศาสตร์ของประเทศไทย ที่มีคนพิการรวมตัวกันยื่นหนังสือร้องเรียนอย่างต่อเนื่อง เพื่อพิทักษ์สิทธิ์ของตนเอง เพื่อเป็นกรณีศึกษาให้กับคนพิการและครอบครัวคนพิการ ได้กล้าที่จะลุกขึ้นมาต่อสู้กับผู้นำคนพิการ และเจ้าหน้าที่ราชการ เช่น กรณีจังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดสมุทรสาคร จังหวัดนนทบุรี จังหวัดสมุทรปราการ และอีกกว่า 10 จังหวัดที่ผมมีข้อมูลอยู่ในมือ เพื่อจะขับเคลื่อนอีกครั้งหลัง 24 มีนาคม 2562 ต่อไป

หากเพื่อนๆ ได้ชมคลิปข่าวแล้ว คงพอทราบแล้วนะครับว่า ทำไมผมถึงตัดสินใจมาทำงานการเมืองที่พรรคประชาชนปฏิรูป เพราะนโยบายที่เห็นชัดเจนว่าจะช่วยผู้ทุกข์ร้อนอย่างไร อุดมการณ์ที่ไม่ไกลเกินเอื้อม ทำได้จริง และตรงกับ อุดมการณ์ของเครือข่ายพิทักษ์สิทธิ์คนพิการ




จะว่าไปแล้ว ตัวผมเองที่มาขับเคลื่อนเรื่องแฉโกงคนพิการ ก็โดนไป 3 คดี แต่กลับเป็น 3 คดี ที่พิสูจน์ได้ว่า ใครบ้างที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตคอรัปชั่นเงินคนพิการ โดยที่ผมไม่ต้องทำอะไรมาก แค่ตั้งรับแบบมั่นคง เนื่องจากคนเดือดร้อนก็จะค่อยๆ เผยร่างจริงออกมาเอง


ด้วยความนับถือ
ขอบคุณครับ

5 มีนาคม 2562 @ ทำไมต้องทำงานการเมือง และทำไมต้องเป็นพรรคประชาชนปฏิรูป ตอนที่ 7 ตอบคำถาม "ทำไมทำงานการเมือง"

สวัสดีครับผู้อ่านทุกท่าน เมื่อระยะเวลาผ่านมาสักระยะหนึ่งแล้ว ผมอาจจะไม่ค่อยประชาสัมพันธ์แบบออก นอกหน้าสักเท่าไหร่ คือ ปฏิบัติตัวแบบพอดีๆ กับการทำงานการเมือง คือเพียงใช้พื้นที่ส่วนตัวในการบอกกล่าวกับ เพื่อน คนรู้จัก คนเคยรู้จัก หรือแม้แต่คนที่ไม่รู้จักกันเลย แต่สามารถที่จะอ่านข้อความ ตัวหนังสือ ซึ่งเป็นตัวตนของผม แล้วมีความเข้าใจในเรื่องราวที่ผมสื่อสารออกไปได้ ถึงการทำงานด้านการเมือง แน่นอนว่า การทำงานการเมืองย่อมมีผลกระทบ เพราะมนุษย์เรานั้นเป็นสัตว์สังคม การกระทำของเราย่อมส่งผลกระทบของคนรอบข้างไม่มากก็น้อย

จึงมีผู้ใหญ่หลายท่าน โทรกลับมาพูดคุย สอบถาม จริงๆ แล้ว ผมอยากข้ามไปเลยถึงคำถามที่ว่า "ทำไมต้องเป็นพรรคประชาชนปฏิรูป" แต่สิ่งสำคัญก่อนถึงตรงนั้น ผมคิดว่า คำถามว่า "ทำไมถึงทำงานการเมือง" น่าจะสำคัญกว่า เพราะคำถามนี้ คือ "ตัวของเราเอง" ส่วนทำไมต้องเป็นพรรคประชาชนปฏิรูปนั้น นั้น สำหรับผมคำตอบคือ "เป็นการทำงานเพื่อส่วนรวม"

นายปรีดา ลิ้มนนทกุล ผู้สมัคร ส.ส.กรุงเทพมหานคร
เขต 12 เบอร์ 16 พรรคประชาชนปฏิรูป

ผมให้นิยามคำตอบของคำถามว่าทำไมมาทำงานการเมือง ว่า "ตัวของเราเอง" เพราะเราศึกษาตัวเองแล้วว่า ตั้งแต่เด็กจนโต ผมมักทำเพื่อคนอื่นมากกว่าตัวเองเสมอ ไม่ใช่ว่าผม ไม่ชอบทำอะไรให้ตัวเอง แน่นอนว่า ใครๆ ก็ต้องทำเพื่อตัวเองก่อนเป็นลำดับต้นๆ แต่หากพิจารณาว่า ตั้งแต่วัยเด็ก ผมมักชอบทำเพื่อส่วนรวมมากกว่า เช่น ในวัยเด็ก ผมชอบเดินไปเก็บขยะไป (แม้ทุกวันนี้ หากผมมีมวลชนคนพิการในมือ ผมคงทำแคมเปญ "คนพิกลสนสิ่งแวดล้อม" ด้วยการพาคนพิการไปเดินเก็บขยะในพื้นที่สาธารณะไปแล้ว สิ่งนี้คิดเป็นกิจกรรมแบบอดิเรกนะครับ) ผมชอบไปช่วยอุ้มถือสมุดการบ้านให้คุณครู ผมจะจ้องคอยลบกระดานดำให้คุณครู เวลาเขียนเสร็จ (ช่วง ม.ปลาย เพราะตัวสูงขึ้นมาก) กิจกรรมเพื่อสังคมต่างๆ ผมชอบทำ พฤติกรรมเหล่านี้ สะสมมาจนถึงวัยทำงาน ที่ถูกพัฒนาขึ้นไปเป็นการแก้ปัญหาในการทำงานในลักษณะอาสาแก้ไขงาน ทำให้เมื่อมีสถานการณ์ที่ต้องแก้ปัญหา ส่วนตัวผมจะรู้สึกว่า น่าสนใจ น่าท้าทาย

ที่ผมเล่ามาคร่าวๆ นั้น ยังไม่ใช่ ว่าผมจะกล้าพูดว่าผมไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง ผมทำเพื่อส่วนรวม ได้อย่างเต็มปากเต็มคำ จนผมได้ผ่านช่วงเวลาสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต คือ การประสบอุบัติเหตุรถพลิกคว่ำ จนกระดูกคอหัก ผมกลายเป็นคนพิการรุนแรง (ใช้ร่างกายเกือบ 90% ไม่ได้ ปัสสาวะ ขับถ่ายไม่ได้ ทานข้าวเองไม่ได้ในช่วงแรก ใช้นิ้วมือไม่ได้) ผมก้าวข้ามวินาทีสำคัญนั้นมา ได้จนถึงปัจจุบันนี้ เพราะในสมองของผมตอบคำถามตัวเอง ได้ว่า "หากผมแย่ จมกับตัวเอง อาม้า (คุณแม่) ของผมจะแย่ คนที่รักเรา รอบตัวเราจะแย่ จะเสียใจกับเรา จะทุกข์กับเรา ที่สำคัญขณะนั้นครอบครัวของผมไม่ได้อยู่ในฐานะที่ดี ผมรถคว่ำปี 2544 ครอบครัวเราล้มลุกคลุกคลายจากพิษเศรษฐกิจปี 2540 สถานการณ์โดยรวมมันแย่อยู่แล้ว หากตัวเราที่สนองความต้องการของตัวเอง ทำงานอย่างไม่ประมาณตน จนมีสภาพพิการรุนแรง ยังจมปรักกับความพิการ ความทุกข์ที่ตัวเองต้องเผชิญ และครอบครัวคนที่รักเราต้องเผชิญ คงยิ่งซ้ำเติมมากขึ้น นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ผมได้เรียนรู้ตัวเอง และหลายสิ่งหลายอย่างไปพร้อมๆ กับความพิการที่เป็น ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ความพิการที่ผมต้องอยู่กับตัวเราไปตลอดจนกว่าจะเสียชีวิต

ดังนั้น การมาทำงานการเมือง ที่เริ่มต้นจากความสนใจส่วนตัว ศึกษาเรียนรู้เรื่องราวในอดีต จนมาเป็นคนพิการ และเห็นความเอารัดเอาเปรียบจากผู้มีอำนาจในมือ เช่น ผู้นำคนพิการ และข้าราชการ ที่ใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่ และดูถูกดูหมิ่นคนพิการ จนปี 2557 ที่ผมได้ร่วมกับพี่ๆ จัดตั้งพรรค "พลังพลเมือง" เพื่อสื่อสารถึงความเป็นพลเมือง คือ ประชาชนที่มีความรู้ด้านสิทธิต่างๆ และหมดศรัทธากับระบบพรรคการเมือง จากการเห็นโอกาส แสงสว่างบริสุทธิ์ ของสิทธิตามกฎหมายของสถานภาพของการเป็นพลเมือง แทน



ในที่สุดเมื่อ การขับเคลื่อนช่วยเหลืองคนพิการผ่าน "เครือข่ายพิทักษ์สิทธิ์คนพิการ" เดินทางมาถึงจุดข้อต่อของการหมดหวังกับระบบการปกครอง เข้าสู่พื้นที่ของการบังคับใช้กฎหมาย พึ่งอำนาจศาล จึงเป็นพรหมลิขิต ที่ทำให้ผมได้พบกับอาจารย์ไพบูลย์ นิติตะวัน ซึ่งผมจะกล่าวถึงในตอนที่ 8 "ทำไมต้องเป็นพรรคประชาชนปฏิรูป" ต่อไป



ถึงตรงนี้แล้ว ผู้อ่าน คงพอจะเข้าใจคำตอบของผมว่า ทำไมถึงสนใจทำงานด้านการเมือง ผมก็เป็นคนธรรมดา คนหนึ่ง เพียงแต่มีวิธีคิดเป็นระบบ และมักมองภาพเป็นภาพกว้าง กว้างเท่าที่เรามีความรู้ ถ้าผมรู้น้อยก็กว้างน้อย ถ้ารู้มากก็คงจะกว้างขึ้นตามระดับความรู้ ในเรื่องนั้นๆ ผมยังไม่เคยไปต่างประเทศสักครั้งเดียว แต่ผมรู้เรื่องราวระหว่างประเทศจากการอ่าน และดูผ่านสื่อ แต่สถานะนี้ผมกลับมองว่า ผมคือตัวแทนของคนส่วนใหญ่ในประเทศไทยเช่นกัน จึงสามารถคิดและมอง ออกแบบและเชื่อมโยง เพื่อคนส่วนใหญ่ได้

สิ่งสำคัญ คือ ผมไม่สามารถตอบได้ว่า เวลาทำงานแล้วจะได้ผลลัพธ์เป็นอย่างไร แต่สามารถตอบได้ว่า เวลาทำงานจะทำเต็มที่ทุกงานที่เป็นเรื่องส่วนรวม แต่เรื่องส่วนตัวบางครั้งก็ทิ้งไปเลยก็มี ถ้า ณ ตอนนั้น ขณะนั้น ต้องเลือกระหว่างเรื่องส่วนตัวหรือเรื่องส่วนรวม

ในตอนต่อไป นอกจากคำตอบที่ว่า "ทำไมต้องพรรคประชาชนปฏิรูป" ผมจะตอบคำถามพ่วงไปด้วยว่า "ทำไมถึงลง ส.ส. กรุงเทพมหานคร เขต 12 บางเขน" ครับ


ด้วยความนับถือ
ขอบคุณครับ

1 มีนาคม 2562 @ ทำไมต้องเดินเส้นทางนี้ และทำไมต้องเป็นพรรคประชาชนปฏิรูป ตอนที่ 6 อัดรายการ "5 TALK วาระร้อน" งบประมาณช่วยคนพิการมีอยู่แล้วตามกฎหมาย

สวัสดีครับผู้อ่านทุกท่าน บทความตอนนี้อาจจะมาแปลกสักหน่อย เพราะเป็นการนำวีดีโอมาแบ่งปัน สืบเนื่องจากผมได้รับมอบหมายจากท่านอาจารย์ไพบูลย์ นิติตะวัน ให้ไปอัดรายการนโยบายส่งเสริมคนพิการ ให้กับรายการ "FIVE TALK าระร้อน" ซึ่งเป็นรายการสด ในวันที่ 1 มีนาคม 2562 เวลาออกอากาศประมาณ 45 นาที ซึ่งมีผู้ร่วมรายการ 3 ท่านคือ (1) นายชีวานนท์ พรรัตน์ธนิกกุล พรรคพลเมืองไทย (2) ผม นายปรีดา ลิ้มนนทกลุ พรรคประชาชนปฏิรูป และ (3) นายสุชาติ โอวาทวรรณสกุล นายกสมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย

หากได้ลองฟังตั้งแต่ต้นจนจบ ผมคิดว่าผู้ฟังจะได้รับสาระหลายเรื่องที่ยังไม่ทราบ อีกทั้งยังจะมีความเข้าใจเจตนาของพรรคประชาชนปฏิรูป ไปพร้อมๆ กับเจตนารมย์และนโยบายของพรรคประชาชนปฏิรูป เกี่ยวกับการช่วยเหลือทุกข์ร้อนของคนพิการได้ อย่างไม่ได้ยุ่งยากแต่อย่างใด ถึงแม้ว่าจะเป็นการกล่าวถึงบางส่วนที่พรรคประชาชนปฏิรูปจะทำ และทำอยู่แล้ว สาระที่ผมเตรียมไปนั้น ซึ่งเป็นประโยชน์กับคนพิการและผู้สูงอายุ ผมแทยยังไม่ได้พูดถึง หากมีออกรายการไหนอีกผมจะนำมาแบ่งปันผู้อ่านอีก แต่ถ้าไม่ได้ออกรายการ ก็ไม่ต้องกังวลใจ ผมจะได้นำมาแบ่งปันในเว็บนี้อย่างแน่นอนครับ สามารถตามอ่านได้ครับ

ปรีดา ลิ้มนนทกุล ผู้สมัคร ส.ส. กทม. เขต 12 บางเขน เบอร์ 16

ผู้อ่านลองฟังและชมตั้งแต่ต้นจนจบ สำหรับหลายท่านที่รู้จักผม จะเข้าใจถึงสาเหตุที่ผมลงสมัครในครั้งนี้พอสังเขป มีโอกาสผมจะมาขยายความเพิ่มเติม สำคัญคือ สาระที่มีประโยชน์เท่าที่จะมีเวลาเอื้อ ภายใน 40 กว่านาทีเท่านั้นครับ

 

ดูรายการผ่านลิงก์ Youtube โดยตรง
https://www.youtube.com/watch?v=Js1sWbEMPkM
ดูรายการผ่านช่องทางเฟสบุ๊ค
https://www.facebook.com/FiveChannelHD/videos/2022072811173670/

รายการ Five Talk วาะร้อน วันนี้ จะมาพูดคุยแบบเจาะลึกถึงแนวนโยบายของพรรคการเมือง เกี่ยวกับผู้พิการ ภายใต้หัวข้อ “ผู้พิการ กับ โอกาสทางสังคม” ว่าพรรคการเมืองจะมีนโยบายอย่างไรกันบ้างเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยวันนี้จะมาพูดคุยกับ คุณชีวานนท์ พรรัตน์ธนิกกุล พรรคพลเมืองไทย คุณปรีดา ลิ้มนนทกลุ พรรคประชาชนปฏิรูป และสุดท้าย คุณสุชาติ โอวาทวรรณสกุล นายกสมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย ชมสดทางช่อง Five Channel HD และ Facebook Live ที่เพจ @Five Channel HD และ @77 ข่าวเด็ด #FiveTalk #วาระร้อน #ยุติธรรมวิพากษ์ #FiveChannelHD #77ข่าวเด็ด#ข่าว #www.77kaoded.com


หากได้ลองติดตามประวัติของผมภายในเว็บนี้ และลองศึกษาแนวทางของพรรคประชาชนปฏิรูป คงจะพอมองเห็นจุดร่วมที่คนพิการและผู้สูงอายุ จะได้ลืมตาอ้าปากในอนาคตอันใกล้นี้ จากความตั้งใจจริงของพรรคประชาชนปฏิรูปครับ




ด้วยความนับถือ
ขอบคุณครับ
Follow me on Twitter
Visit me on Facebook