แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ไพบูลย์ แดงประสิทธิ์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ไพบูลย์ แดงประสิทธิ์ แสดงบทความทั้งหมด

7 เมษายน 2555 @ ถูกสัมภาษณ์อัดรายการ "ชีวิตเหนือฝัน" ที่ T-News จ.นนทบุรี

สวัสดีครับเพื่อนๆ บทความนีผมขอเกริ่นถึงพี่ไพบูลย์ แดงประสิทธิ์ ก่อนนะครับว่า พี่เขามีรายการ "ชีวิตเหนือฝัน" ที่ออกอากาศที่ช่อง T-News ซึ่งจะมีหลายช่วง เช่น รากแก้วคนพิการ คนต้นแบบ เป็นต้น ไปๆ มาๆ ก็คงต้องวนมาเจอผม คือ ต้องมาสัมภาษณ์กันเองอยู่ดี ซึ่งก็ถือว่าจำเป็น ถึงจะพยายามเลี่ยงแล้ว เรียกว่าบางประเด็นรายการอื่นสัมภาษณ์ไปตั้งนานแล้ว เพราะว่า ผมทำงานหลายเรื่องที่ไม่เหมือนคนอื่น

ก็อัดรายการไว้ 2 เทป เลยนะครับ คือ เรื่อง การจัดตั้งสมาคม Will Share และสำหรับตอน 2 เป็นเรื่อง โครงการถุงยังชีพถาวรเพื่อการฟื้นฟูอาชีพผู้ประสบภัย ที่กำลังเข้าไปช่วยด้านเกษตรอินทรีย์ ให้กับชาวนาที่ประสบภัยน้ำท่วม ในตำบลธรรมมูล จ.ชัยนาท ระหว่างบันทึกเทป ก็มีฝนตกจึงต้องย้ายกันไปต่อข้างในครับ ก็เทคเดียวผ่านหมดครับ ตอนระหว่างถ่ายก็มีนักข่าวจากทาง สสพ. มาสัมภาษณ์อีกคิว ครับ ก็ดีมากนะครับ ไหนๆ ออกมาทั้งที ก็ได้ 2 งานไปเลยครับ














เทปที่ 1 มุมนี้ครับ













เทปที่ 2 มุมนี้ครับ ย้ายมุมแบบง่ายๆ เลยครับ







ฝนตก เลยย้ายมาข้างในแทนครับ


ตามระเบียบครับ ถ่ายภาพหมู่เป็นที่ระลึกครับ

ส่วนตัวก็ได้มาสัมผัสกับงานของพี่ไพบูลย์ ด้วยครับ เพราะทราบว่าพี่เขาทำตรงนี้มาพักใหญ่แล้ว แต่เราก็ไม่อยากสัมภาษณ์กันเอง แต่ก็นั่นละครับ ยังไงก็เลี่ยงไม่พ้นครับ เพราะถึงผมจะขับเคลื่อนงานจากวงนอก ผมก็ทำเพื่อคนพิการ ตามที่ผมนิยามว่า "ชกวงนอก" ครับ

110 : บทความชุด “ผมกำลังจะกลายเป็นผู้ประสบภัย” ตอนที่ 59 @ 28 พฤศจิกายน 2554 ชื่อตอน "ฉลองครบรบ 10 ปีที่ได้มีโอกาสมาเป็นคนพิการทุพพลภาพด้วยการทำงานเช่นเดิม"

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้เป็นวันที่ 28 พฤศจิกายน 2554 สำหรับผมแล้วเป็นวันธรรมดาๆ อีกวันหนึ่งที่เมื่อ 10 ปีก่อน (28 พ.ย. 2544) ตอนประมาณ 04.15 น. ผมประสบอุบัติเหตุรถคว่ำ จากสาเหตุหลับใน จนกระดูกคอหัก และได้มีโอกาสกลายเป็นคนพิการทุพพลภาพ เช่นปัจจุบันนี้ครับ ไม่มีการระรึกถึง ไม่มีเรื่องน่าเศร้าเสียใจ หรือมีความพิเศษใดๆ ในทรรศนะของผม อาจจะเป็นความบังเอิญที่ลงตัวตรงที่ว่า พี่ไพบูลย์เข้ามาคุยงานกับผม แน่นอนว่าพี่ไพบูลย์ก็ต้องนั่งเรือเข้ามาเช่นกัน (อากู๋ออกไปรับ) แต่ไม่ต้องวิบากมากเพราะว่าน้ำลงไปเยอะแล้วเหลือเพียง 78 ซม. เท่านั้นเองครับ (ที่บอกว่าเท่านั้นเองก็เพราะว่า ระดับน้ำเคยสูงถึง 1.50 เมตรครับ)

ปกติเวลาใครมาเยี่ยมที่บ้าน ผมมักจะเขียนบทความถึงเสมอ ซึ่งพี่ไพบูลย์กับผมทำงานร่วมกันตลอด เจอกันบ่อย ที่บ้านผมก็มาบ่อย ผมจึงน่าจะไม่เคยเขียนถึงเวลาพี่ไพบูลย์มาเยี่ยม แต่เนื่องจากวันนี้ค่อนข้างพิเศษเล็กน้อย ผมถือโอกาสรวบเขียนในวาระเดียวกันไปเลยครับ เราคุยกันหลายงาน หลายโครงการ ที่ดีมากๆ ที่เราจะทำ และขับเคลื่อนกันในปีหน้า ก็เรียกได้ว่า ปี 2555 คงจะเป็นอีกปีที่น่าสนใจ ตื่นเต้นที่จะได้ทำงาน ที่จะพัฒนามากขึ้นจากปี 2554 ครับ




อากู๋ทั้งไปรับ และไปส่งครับ

สำหรับตอนนี้ เกรงว่าเพื่อนๆ ที่อ่านจะไม่ค่อยได้เนื้อหาสาระอะไร จึงขอเอ่ยถึงวลีที่ผมใช้บ่อยๆ ละกันครับ คือ "ผมถือว่าได้มีโอกาสมาเป็นคนพิการทุพพลภาพ" เพราะผมอาจจะคิดแตกต่างจากอีกหลายคนที่เดิมเคยเป็นคนปกติ แล้วต้องกลายมาเป็นคนพิการ อาจจะรู้สึกว่า ทำไมโลกนี้ช่างโหดร้ายกับตัวคนๆ นั้น ในมุมมองของผมนั้น การที่จะต้องมาเป็นคนพิการได้นั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย คอที่หักของผมนั้น ต้องหักแบบพอดีๆ คือ พอดีให้ไม่ตาย พอดีให้ไม่หายเป็นปกติ และพอดีให้พิการถึงระดับทุพพลภาพ มันเป็นความ "พอดี" ที่ลงตัวมากๆ

จนส่วนตัวคิดว่า สุดยอด เพราะมันทำให้ผมได้เข้าใจความพิการ ของคนทุพพลภาพระดับรุนแรง แต่ไม่มากไปจนถึงระดับต้องขยับเฉพาะคอ+ออกเสียงได้ พูดได้ แต่ผมก็เข้าใจถึงระดับนั้น ความพอดีที่ว่านี้ ยังทำให้ผมสามารถพัฒนาตัวเองจนสามารถใช้ความรู้ความสามารถเดิมที่มีอยู่ได้ มันลงตัวมาก ถ้าวัยรุ่นก็เรียกว่า "ใช่เลย" ผมอยากให้คนพิการภายหลัง ลองคิดแตกต่าง และพัฒนาตัวเอง ยิ่งนำความรู้เก่ากลับมาใช้ อย่าคิดว่าชีวิตที่เหลืออยู่จะลำบากอย่างไร แต่ต้องคิดว่า ชีวิตที่เหลืออยู่นั้น รอดมาได้ มันเป็นกำไรชีวิตที่รอดมา เราต้องใช้กำไรนี้ทำประโยชน์ให้กับตัวเอง กับครอบครัว และสังคมให้มากที่สุด

เออ.....แบบว่า..... ถ้าจะดูเป็นการเป็นงาน ก็ไม่ว่ากันนะครับ ผมจบเลยดีกว่า ระดับน้ำลดลงเรื่อยๆ อยากออกนอกบ้านเต็มแก่ครับ มีงานข้างนอกรออยู่มากมายครับ ให้กำลังใจทั้งคนพิการ และไม่พิการ กับการต่อสู้ที่ยังไม่หยุดนะครับ เราคงยังต้องเจออุปสรรคกันอีกมากมายนะครับ โดยเฉพาะกับธรรมชาติครับ ตอนหน้าพบกับบทความ ถุงยังชีพมีแบรนด์ ที่อาจจะเป็นถุงเดียว และถุงสุดท้ายที่ได้รับครับ

20 กุมภาพันธ์ 2554 @ ไปร่วมแสวนาหัวข้อ ศรัทธา ควาฝัน และความรัก ที่ TK Park เซ็นทรัลเวิร์ด

สวัสดีครับ เพื่อนๆ วันนี้ ผมถือว่า ผมได้มีโอกาสนำเสนอแนวคิดด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ อีกครั้ง เพียงแต่เป็นการสอดแทรกให้เข้ากับ เนื้อหาในงานเสวนา "ศรัทธา ความฝัน และความรัก" ที่ TK Park เซ็นทรัลเวิร์ด ในเทศกาลงาน "เส้น - สาย - ลาย - รัก เมื่อรักบรรจบ" ในระหว่างวันที่ 18-20 กุมภาพันธ์ 2554

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2554 ผมได้ขึ้นเวทีพร้อมกับพี่ไพบูลย์แดงประสิทธิ์ และคุณ TAIKI SAKPSIT ซึ่งทางพิธีกร ก็ได้เริ่มการเสวนา ตั้งแต่ต้นจนจบ ในเนื้อหาเกี่ยวกับการที่ทั้ง 3 คนมาทำงานเพื่อสังคม ทั้งในรูปแบบการนำเสนอเป็นภาพยนตร์สั้นของคุณไทกิ ที่สะท้อนให้สังคมได้เห็น พี่ไพบูลย์ที่ได้เข้ามาช่วยเหลือคนพิการ เชื่อมโยงสังคมให้เข้าใจคนพิการมากขึ้น และผมที่ได้เข้ามาทำงานด้านพัฒนาแนวคิดให้กับคนพิการ จนนำมาสู่การวาดภาพด้วยกาแฟ









ในส่วนของผมนั้น ผมก็อยากให้คนพิิการที่ได้ทำงาน หรือทำอะไรก็ตามในส่วนของตนเองนั้น พยายามคิดถึง การสร้างความแตกต่าง เพื่อให้มีจุดเด่นของการคงอยู่ รวมถึงมุมมองบวก บวก คือ เมื่อต้องเป็นคนพิการแล้ว นับได้ว่า ไม่ใช่ว่าใครจะเป็นกันได้ง่ายๆ เมื่อเป็นแล้ว ควรใช้ความพิการให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทำสุดความสามารถ เป็นบวกแรก เมื่อคนไม่พิการได้เห็น ทำให้มีแรงบันดาลใจที่จะทำ ที่จะพยายามบ้าง นับเป็น บวกที่สอง ทำให้สังคมมีแต่ บวกกับวก ไม่มีลบ เป็นความหมายที่ได้ฝากทิ้งท้ายไว้

เป็นอีกวันที่รู้สึกดีนะครับ ที่ได้เผยแพร่แรวคิด แม้ว่าผู้ชมจะไม่มาก เช่นเคยครับ แม้เพียงสัก 1 คนที่ได้นำเอาสิ่งที่เราทั้ง 3 คนได้ฝากไว้ ไปเป็นประโยชน์ ก็เพียงพอแล้ว


28 สิงหาคม 2553 @ ไปเป็นวิทยากรร่วมกับพี่ไพบูลย์ อบรมการเตรียมความพร้อมก่อนจบการศึกษา ให้นักศึกษา ที่พระมหาไถ่ พัทยา จ.ชลบุรี

เขียนที่บ้าน 28 สิงหาคม พ.ศ.2553

วันนี้ผมต้องตื่นเช้าเป็นพิเศษ ตั้งใจออกจากบ้านเร็วหน่อย ประมาณตี 5 แต่งตัว ออกเดินทาง 5.30 น. นั่ง TAXI เจ้าประจำมารับ และมุ่งหน้าไปที่บ้านพี่ไพบูลย์ ก่อนเป็นอันดับแรก ที่ซอยมีสทีน จากนั้นมุ่งหน้าไปที่โรงเรียนพระมหาไถ่ พัทยากลาง จ.ชลบุรี

ไปถึงนักเรียนนั่งรอกันอยู่ก่อนแล้ว จึงเริ่มการอบรมทันที อาจารย์ณรงค์ รัตนโสภา เชิญอาจารย์อุดมโชค ชูรัตน์ กล่าวเปิดงาน อย่างกันเอง ผมกับพี่ไพบูลย์ เราไม่มีสไลด์มาประกอบ แต่เตรียมเนื้อหามาบางส่วน และมีแบบทดสอบมาทำกิจกรรมง่ายๆ กัน ช่วงเช้าเริ่มตั้งแต่ 9.30 น. จนถึง 12.30 น. ไม่น่าเชื่อว่า ช่วงเช้าจะเลิกช้าไปตั้ง 30 นาที

อาจารย์ทั้งสองท่านเชิญเราไปดูอาคารเรียน และใต้อาคารเป็นโรงอาหาร ทานกันสบายๆ พูดคุยกันไปด้วย ถึงนักเรียน และพระมหาไถ่ พี่ไพบูลย์แยกตัวไปตรวจแบบสอบถามก่อน ผมตามมาก็เริ่มช่วงบ่ายเลยตอน 13.30 น. ทุกคนมีระเบียบมากันครบ หวั่นๆ ใจว่า จะง่วงกันรึเปล่า

ผมแก้ง่วงด้วยการขออาสาสมัคร เพื่อให้น้องๆ กล้าแสดงออก ได้มา 10 คน ให้แต่ละคนพูดถึงจุดเด่น หรือความอยาก ความถนัด ของตนเอง ให้ฟังกัน สนุกสนานกับถ้วนหน้า แก้ง่วงไปได้ มีน้องส้ม ร้องเพลงให้ฟังด้วยครับ ระหว่างนั้น ผมและพี่ไพบูลย์ ซึ่งตรวจแแบสอบถามเสร็จแล้ว ก็จะยกตัวอย่างอาชีพ และแนะนำไปด้วยว่า มีอาชีพอะไรได้บ้าง ที่นำจุดเด่น พรสวรรค์ หรือ ความชอบ ความรักที่มีต่อเรื่องนั้นๆ มาเป็นอาชีพ

ต่อด้วยกฏหมายที่ควรรู้ ที่จะเอื้อต่อการมีงานทำของคนพิการ จากนั้นพี่ไพบูลย์ก็สรุปแบบสอบถามให้ฟังกัน ได้คำตอบ และแนวคิดที่น่าสนใจ ย้ำเตือนให้ทุกคนรู้ว่า "เมื่อไหร่ก็ตาม ที่เราทำงาน ที่เราชอบ หรือรักแล้ว ก็จะดีกว่า ไม่รู้ว่าตัวเองชอบ หรือถนัดด้านใด หรือค้นหาตัวเองไม่เจอ" นั่นเอง

ปิดช่วงสุดท้ายยาวหน่อย ประมาณชั่วโมงครึ่ง ด้วยการพูดถึง เรื่องที่น้องควรรู้ในการสมัครงาน สอดแทรกประสบการณ์จริง ของเราทั้งสองคน และผมเพิ่มเติมถึงเรื่อง ความตั้งใจในการทำงานเพื่อรักษาชื่อเสียงของพระมหาไถ่

ผมกับพี่ไพบูลย์ มีความสุขที่เห็นแววตาบางคนเป็นประกาย ขอให้มีหลายๆ คน หรือทุกคนก็ได้ นำเอาไปใช้ปฏิบัติจริง จนเกิดประโยชน์ด้วยนะครับ

ขอบคุณครับ
ปรีดา ลิ้มนนทกุล
คนทุพพลภาพมืออาชีพ
.




















Follow me on Twitter
Visit me on Facebook