แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชน แสดงบทความทั้งหมด

23 กุมภาพันธ์ 2556 @ ไปร่วมสอนปิดคลาสรายวิชาการจัดการสิ่งแวดล้อมชุมชนน่าอยู่ ของ ม.ชีวิต ที่จังหวัดชัยนาท

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้ผมมีภารกิจเดียวคือ ไปร่วมช่วยสอนนักศึกษาของมหาวิทยาลัยชีวิต ที่หันคา จังหวัดชัยนาท ซึ่งวันนี้เป็นครั้งที่ 5 จบคลาสในเทอมนี้ ออกเดินทางประมาณ 10.30 น. ให้ทัน 13.00 น. และก็ต้องยอมรับถึงการที่ตัวเองก็ยังเป็นนักศึกษาด้วยเช่นกัน จึงเร่งทำการบ้านส่งอาจารย์ตอนช่วงเช้าเช่นกันครับ ระหว่างเดินทางน้องผู้ช่วยที่ขับรถให้ด้วย แอบถ่ายภาพตอนหลับมาให้ดูเลยเอามาฝากด้วยครับ

ไปถึงคุณเพ็ญ กับน้องๆ อีกหลายคนรอทานข้าวกลางวันด้วยกันที่ ได้ออเดอร์กับข้าวไว้ล่วงหน้าแล้วด้วยครับกับคุณเพ็ญทาง facebook แล้วว่าอยากกิน ผัดพริกถั่วแบบไม่ต้องใส่เนื้อหมู และก็ไข่เจียว เนื่องจากในระยะหลังผมเริ่มสนใจทานอาหารมังสาวิรัติมากขึ้น ก็เรียกว่าปัจจุบันนี้ผมทานมังสาวิรัติ 33-50% น่าจะได้แล้วมั้งครับ และยังมีขนมจีนน้ำยาด้วยจึงกินอีกนิดประมาณครึ่งจับครับ แต่ก็เท่ากับว่ากินเกินโควต้าข้าวกลางวันครับ



กำลังโยกหลัง โยกหน้า เลยครับ



มาถึงก็รีบทานข้าวกลางวันก่อนสอนครับ นักศึกษารอทานด้วยกันอยู่ครับ

วันนี้ตามหลักสูตรจะเป็นการคุยกันระหว่างอาจารย์กับนักศึกษา ถึงบทเรียนที่ผ่านมาทั้ง 4 บท และเสวนากันถึงการบ้านเดี่ยวในหัวข้อ "การจัดการสิ่งแวดล้อมที่อยู่อาศัยของข้าพเจ้า" โดยผมได้ให้นักศึกษาทุกท่านได้เล่าถึงการจัดการฯ ในบ้านของตัวเอง ก็พบปัญหาหลากหลาย ของแต่ละครอบครัว รวมทั้งปัญหาจากเพื่อนบ้าน และบางท่านก็เป็นปัญหาของเพื่อนบ้านเสียเองก็มีครับ

ในช่วงการมอบหมายการบ้านนั้น ก็มีงานกลุ่มของมหาวิทยาลัยอยู่ด้วย ก็น่าดีใจที่นักศึกษากระตือรือล้นที่นัดกันมาทำงานกลุ่ม อีกทางหนึ่งผมคิดว่ารีบทำก็ดีครับ จะได้ไม่ค้างเนื่องจากยังมีอีกหลายวิชาที่คงต้องทำงานกลุ่มส่งทางมหาวิทยาลัยเช่นกัน




กำลังแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันอยู่ครับ


มีแนะนำบ้างเป็นบางกรณี

ในขณะที่พูดคุยแลกเปลี่ยนกับทุกคนนั้น ผมแว๊บแวบในสมองเลยว่า คล้ายๆ กับที่ผมกำลังเรียนปริญญาโท ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ แอบนึกไปถึงว่า หากทางมหาวิทยาลัยซึ่งมีการกำหนดคุณภาพทางการศึกษามาแล้วนั้น สามารถที่จะควบคุม และรักษาคุณภาพไว้ได้ มหาวิทยาลัยชีวิตที่รองรับกลุ่มประชากรในชนบทไทยนั้นน่าสนใจมากๆ ครับในทรรศนะของผม พบกันอีกในเทอมหน้า ซึ่งผมดูรายวิชาและหลักสูตรแล้ว น่าสนุก น่าสนใจมากครับ ฝากเพื่อนๆ ติดตามด้วยครับ

26 มิถุนายน 2555 @ ไปร่วมงานปฐมนิเทศน์อาจารย์ใหม่ของมหาวิทยาลัยชีวิต ที่โรงแรมแมกซ์ ถนนพระราม 9 กทม.

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้เป็นความโชคดีของผม ที่ทางผู้ใหญ่อนุญาตให้ผมสามารถมาร่วมงานการประชุมปฐมนิเทศน์อาจารย์ใหม่ของมหาวิทยาลัยชีวิต หรือสถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชน ที่โรงแรมแมกซ์ บนถนนพระราม 9 โดยพี่ดวงพร อิฐรัตน์ ช่วยคุยกับผู้ใหญ่ให้นะครับ เนื่องจากผมยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนอาจารย์ และผมก็คงทำได้เพียงเป็นอาจารย์พิเศษ ของทางมหาวิทยาลัย คุ้มค่ามากๆ นะครับ ผมมาในช่วงที่ทางอาจารย์เสรี พงศ์พิศ ได้กล่าวทักทายอาจารย์ในช่วงเช้า จึงมีคำคม โดนๆ มาฝาก ดังนี้ครับ
  • "จนปัญญา" ซึ่งอาจารย์พูดถึง ประเทศไทย โดยเฉพาะกับชนบท ว่า เราไม่ได้จนเงิน จนทรัพยากร แต่เราจนปัญญา
  • "หมาขึ้นทางด่วน" ที่สื่อถึง เกษตรกรในปัจจุบันที่ไม่รู้จะออกทางไหนดี มึน งง ติดในบ่วงหนี้สิน การถูกเอารัดเอาเปรียบ เปรียบเหมือนเวลาหมาขึ้นทางด่วน ทำอะไรไม่ถูก
  • "การศึกษานั้นแพง แต่ความไม่รู้แพงกว่า" เป็นคำกล่าวของอาจารย์ประเวศ วะสี ส่วนตัวคิดว่า สุดยอดมากครับ สั้นๆ ได้ความหมายมากมาย
  • "ไม่เอารองเท้าของคนอื่นมาให้เราใส่" ที่อาจารย์เสรี สื่อถึง มหาวิทยาลัยชีวิตจะมีมาตรฐานที่เหมาะสมของตัวเอง

หลังอาจารย์เสรี กล่าวจบ แยกย้ายทานข้าวกลางวัน มีการแบ่งกลุ่มตามศูนย์ ศรป.จังหวัด เพื่อระดมความคิดเห็นกันตามข้อกำหนด และผลัดกันขึ้นบรรยายกลุ่มละ 3 นาที ต้องบอกว่าทุกท่านเป็นเหมือนคนคุณภาพ ที่กลั่นมาแล้ว ไม่ยืดเยื้อ เยิ่นเย้อ กระชับ ได้ใจความ หากเนื้อหาซ้ำ ก็จะพูดเพิ่มเติมเฉพาะประเด็นที่แตกต่าง เรียกว่ารู้งาน กันทุกคนเลยก็ว่าได้ครับ

หลังทานอาหารเบรค ก็เป็นการแบ่งกลุ่มย่อย ตามหลักสูตร และรายวิชาที่สอน ซึ่งช่วงนี้ผมต้องรีบไปแล้วครับ เพราะต้องไปร่วมงานสวดอภิธรรมสามีของอวดี ที่วัดเทพลีลา แต่กว่าจะรอน้องอาสามารับก็ประมาณเกือบ 5 โมงเย็น 





ถ่ายคู่กับพี่ดวงพรครับ






อาจารย์ทุกท่านจะใส่เสื้อผ้าไหมสีม่วง ที่ทางมหาวิทยาลัยตัดให้เรียบร้อยครับ สวยมาก ผมชอบมากครับ ใส่แล้วทำให้รู้สึกภาคภูมิใจกับสถาบัน

15-16 มิถุนายน 2555 @ ไปร่วมงานสมโภชมหาวิทยาลัยชีวิต (Learning Institute For Everyone = LIFE) ที่ดำเนินสะดวก จ.สมุทรสงคราม ตอนที่ 2

สวัสดีครับเพื่อน บทความนี้เป็นตอนที่ 2 ต่อเนื่องจากตอนที่ 1 ที่ผมกับพี่ดวงพร เรามาร่วมงานสมโภชมหาวิทยาลัยชีวิต โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเสด็จมาเป็นองค์ปรธานทำพิธีเปิดมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นวันที่สอง ที่เรามาร่วมแสดงความยินดีกับทางมหาวิทยาลัย และกับ รศ ดร.เสรี พงศ์พิศ ที่ได้ดำเนินการสถาบันจนมาถึงปัจจุบัน ด้วยแนวทางที่ยึดถือที่ตัวผู้เรียนเป็นสำคัญ สามารถอ่านบทความดีๆ ของอาจารย์ที่ลิงก์นี้ http://www.life.ac.th/a/node/332  ครับ


เราออกจากรีสอร์ทสายหน่อย มาถึงก็มาพักกันที่ศาลากลางน้ำ เพื่อมองไปที่เวที ที่ทุกคนกำลังฟังการสัมภาษณ์ และฟังการร้องเพลงบนเวทีอยู่ เพื่อรอพี่หนุ่มที่อาสามารับถึงดำเนินสะดวก และระหว่างรอฟังเพลงนั้น ก็ได้พบกับประธานนักเรียน คุณ..... ที่มาคอยดูแลเราอย่างเมตตา ท่านมีอายุมากแล้ว แต่ก็ยังมาเรียน เราจึงได้พูดคุยกันถึงเรื่องต่างๆ อย่างมิตร จนทำให้ทราบว่าท่านมาดูแลงานอย่างดี และยังเป็นผู้สนับสนุนแผ่นพื้นคอนกรีตจำนวนมากที่ให้คนกว่า 5 พันคนได้ใช้พื้นที่อย่างสะดวกสบาย ผมขออนุญาตโปรโมทสักเล็กน้อย เผื่อว่าจะมีท่านใดสนใจอุดหนุนกิจการของคนดีๆ ด้วยกัน















รศ ดร.เสรี พงศ์พิศ ร่วมร้องเพลง










ถ่ายภาพคู่กับพี่ดวงพร ที่ป้ายหมู่บ้านมหาวิทยาลัยชีวิต








พี่หนุ่มถ่ายภาพกับป้ายสถาบัน ขอบคุณพี่หนุ่มที่มารับผมครับ




ระหว่างทางจะเห็นพระฉายาลักษณ์ตลอดทางเสด็จฯ
จากทั้งของประชาชน และหน่วยงานราชการ จำนวนมาก


ความรู้สึกพิเศษอีกข้อที่เกิดขึ้นระหว่างที่มาร่วมงานก็คือ จะศิษย์ หรือจะอาจารย์ อายุแม้ไล่เลี่ย หรือแตกต่างกัน ก็แยกแทบไม่ออก ดูแล้วปะปนกันหมด เพียงแต่มีสิ่งเดียวที่รับรู้ได้ว่า ที่แห่งนี้มีแต่คนที่มีอัธยาศรัยดี มีเมตตา ใจดี เอื้อาทรต่อกัน เหมือนเป็นแหล่งรวมคนดีๆ ทั้งสิ้น จึงทำให้ผมมีความสุข ที่ได้มีโอกาสมาร่วมประวัติศาสตร์กับมหาวิทยาลัยชีวิตแห่งนี้ครับ

สามารถค้นหา ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมของมหาวิทยาลัยชีวิตได้ที่เว็บไซต์ http://www.life.ac.th ครับ

15-16 มิถุนายน 2555 @ ไปร่วมงานสมโภชมหาวิทยาลัยชีวิต (Learning Institute For Everyone = LIFE) ที่ดำเนินสะดวก จ.สมุทรสงคราม ตอนที่ 1

สวัสดีครับเพื่อนๆ เป็นอีกครั้งที่ผมได้มีโอกาสร่วมรับเสด็จสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยครั้งนี้ในอนาคตผมกำลังได้ับโอกาสในการเป็น "อาจารย์พิเศษ" ให้กับมหาวิทยาลัยชีวิต (Life University) ที่มีชื่อเต็มว่า สถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชน (Learning Institute For Everyone) ซึ่งเมื่อนำตัวหน้าของภาษาอังกฤษมาเรียงกัน จะเป็นคำว่า LIFE ที่แปลว่า ชีวิตพอดีครับ เป็นอีกความภูมิใจหนึ่งที่ผมจะได้รับโอกาสครับ

ที่สำคัญโอกาสนี้ผมได้รับจากการสนับสนุนจากพี่ดวงพร อิฐรัตน์ ครับที่คอยช่วยสนับสนุนอีกหลายเรื่องมากมายครับ โดยเฉพาะการเข้าทำงานในพื้นที่จังหวัดชัยนาทครับ ทั้งโครงการถุงยังชีพถาวรฯ ที่ช้วยผู้ประสบภัยด้านการเพิ่มผลผลิตในการปลูกข้าว หรือที่กำลังทำศูนย์การเรียนรู้ไผ่ฯ ที่ ต.ธรรมามูล ดังนั้นการมาร่วมในงานสมโภชมหาวิทยาลัยชีวิตในครั้งนี้ นับเป็นการร่วมประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของระบบการศึกษาของไทย ที่มุ่งพัฒนาองค์ความรู้ให้กับประชากรรากหญ้าของประเทศไทย

ในความรู้สึกของผมนั้น การให้ที่ดีที่สุดคือ การให้ความรู้ เมื่อมีความรู้ก็จะสามารถนำความรู้ไปช่วยตนเอง ครอบครัว และสังคมได้อย่างมีหลักการ ตลอดมาที่ผมได้เริ่มทำงานในการเป็นผู้ให้นั้น พบว่า สิ่งสำคัญที่เป็นอุปสรรคของเกษตรกร และผู้ด้อยโอกาสก็คือ "ความรู้" นั่นเอง จึงทำให้การที่ผมได้มารับรู้ถึงการมีอยู่ของมหาวิทยาลัยชีวิตนั้น เปรียบเสมือน การได้เห็นแสงสว่างที่ปลายทางของการยกระดับรากหญ้าในประเทศไทย ให้เท่าทันกับเล่ห์เหลี่ยมในสังคม ทำให้หลีกเลี่ยงการถูกเอารัดเอาเปรียบได้ครับ


เสื้อยูนิฟอร์มของมหาวิทยาลัยชีวิตเขตภาคเหนือ+ป้ายชื่อ




รีสอร์ทที่เราเข้าพักครับ


ป้ายหน้ามหาวิทยาลัยครับ


บริเวณที่ประทับของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ครับ


บริเวณทางเสด็จเพื่อทำพิธีสมโภชป้ายมหาวิทยาลัยครับ





ภายในบริเวณงานโดยรอบ

การมาร่วมงานครั้งนี้ ผมกับพี่ดวงพรมาด้วยรถ TAXI ครับ เพราะว่าน้องต้นที่ช้วยขับรถให้นั้น กลับต่างจังหวัดไปดูแลคุณพ่อที่ป่วยกระทันหัน และเรามาถึงมหาวิทยาลัยชีวิตด้วยรถของเจ้าหน้าที่ในรีสอร์ทครับ เมื่อมาถึงก็มีน้องเจ้าหน้าที่จัดงานมาดูแลเป็นพิเศษช่วยเข็นรถเข็นให้ครับ ต้องขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วยครับ และก็ในบริเวณงานไม่ร้อนมาก เนื่องจากมีพัดลมสเปรย์ละอองน้ำจำนวนมาก จึงทำให้ช่วยลดความร้อนไปได้มาก แต่ก็ยังมีคนเป็นลมเหมือนกันนะครับ




เจ้าหน้าที่ช่วยเข็นรถให้ครับ


บริเวณที่ผมนั่งครับ เฉพาะส่วนเดียวกับผมน่าจะมีที่นั่งถึง 3 พันคนครับ






ระหว่างรอถจากรีสอร์ทมารับ พี่ดวงพรขอถ่ายภาพกับ ชาย เมืองสิงห์

ประมาณ 5 โมงเย็น สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ก็เสด็จ มาถึงตรงนี้แล้วอยากให้เพื่อนๆ อ่านบทความโดยตรงของทางมหาวิทยาลัยชีวิต จะดีกว่าครับ เพราะว่าผมไม่มีโอกาสใกล้ชิด ข้อมูลจากมหาวิทยาลัยนั้นจะเห็นรายละเอียดอย่างมากครับ ที่ลิงก์นี้ครับ http://www.life.ac.th/a/node/199 ตามอ่านต่อในบทความตอนที่ 2 ได้ต่อนะครับ

Follow me on Twitter
Visit me on Facebook