โครงการ "เป้ยังชีพ" ช่วยเหลือชีวิตคนพิการรุนแรง

โครงการ Workable "พิการแต่ทำงานได้" ฝึกอบรมฝึกงานคนพิการตามมาตรา 35

บริษัท พีดับบลิวดี เอาท์ซอส เมเนจเมนท์ จำกัด เกิดมาได้อย่างไร ใครเป็นคนให้เงินทุนมาก่อตั้ง

วันหนึ่ง มีผู้ใหญ่ (1) ในวงการคนพิการท่านหนึ่ง โทรมาหาผมแล้วบอกว่า "อยากให้ผมไปร่วมประชุมงานกับฮัทช์ ไปลองฟังดูว่าเขามีโครงการให้งานคนพิการ ด้วยกัน" ผมกับผู้ใหญ่ท่านนี้จึงไปประชุมร่วมกัน ซึ่งลักษณะงานดังกล่าว จึงมีความจำเป็นที่ต้องเปิดบริษัท เพื่อรองรับการทำงานร่วมกับบริษัทฮัทช์

ข้อตกลงแรก คือผมจะเป็นเพียงผู้จัดการโครงการ ส่วนผู้ใหญ่ (1) ท่านนั้นจะเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัท และผมก็ถูกถามต่อว่า ถ้าจะให้ดำเนินการโครงการได้ ต้องใช้เงินเท่าไหร่ ผมจึงคำนวณประมาณการค่าใช้จ่ายออกมา ได้ตัวเลข 3 แสนบาท และผู้ใหญ่ (1) ท่านนี้จึงบอกว่า "เดี๋ยวพี่จะจัดการให้" จนกระทั่งใกล้เริ่มงาน ซึ่งมีความจำเป็นต้องจดทะเบียนบริษัทแล้ว จึงได้ให้พี่คนทำบัญชีให้กับผู้ใหญ่ (คุณสุทิน จันทา) อีกท่าน ช่วยดำเนินการให้ก่อน

ใกล้เริ่มงานแล้ว ปรากฏว่า เงินงบประมาณที่จะเริ่มงานยังไม่มีมา เพราะต้องใช้เงินในการจัดซื้อคอมพิวเตอร์ สถานที่ อุปกรณ์ต่างๆ เงินเดือนคนพิการ ผู้ใหญ่ท่านที่ 1 จึงให้ผมไปคุยกับผู้ใหญ่ท่านที่ 2 (คุณสุทิน จันทา) และปรากฏว่า ผู้ใหญ่ท่านที่ 2 (คุณสุทิน จันทา) ให้ความเอื้ออารี เห็นใจที่โครงการจะเริ่มแล้ว จึงยินยอมให้เงินช่วยมาสำหรับเริ่มโ็ครงการนี้จำนวน 2 แสนบาท (และถ้ามีคืนเมื่อไหร่ ก็สามารถนำมาคืนได้ตลอดเวลา) ตามที่ผมได้ขอความช่วยเหลือ (โ็ดยผมมาพูดแทนผู้ใหญ่ท่านที่ 1) และผู้ใหญ่ท่านที่ 2 (คุณสุทิน จันทา) ยังให้ผมควรเป็นกรรมการผู้จัดการ ร่วมกับผู้ใหญ่ท่านที่ 1

หลังจากที่งานได้เริ่มต้นขึ้น ทุกอย่างกำลังดำเนินไป พร้อมกับอุปสรรคต่างๆ ซึ่งผมถือว่าเป็นเรื่องธรรมดาของการทำงาน ที่สำคัญโครงการนี้เป็นเรื่องใหม่ในวงการพัฒนาอาชีพคนพิการจึงย่อมต้องมีปัญหาเป็นปรกติ ซึ่งทำให้ผมต้องตัดสินใจให้รางวัลจูงใจ กับคนพิิการ เป็นคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค จนโครงการประสบความสำเร็จด้วยดี

แต่ก็ต้องแลกกับการที่ผมต้องออกเงินส่วนตัว จำนวน 1 แสนบาท ที่หมุนเวียนมาจากการทำงานด้่านอื่นแทน และตัวโครงการไม่เหลือเงิน ทำให้ยังไม่มีเงินคืนผู้ใหญ่ท่านที่ 2 และผมก็ได้สอบถามผู้ใหญ่ท่านที่ 1 ว่าจะทำอย่างไร เราจึงคุยกัน และตกลงว่า ให้ผมเป็นกรรมการผู้จัดการ แต่เพียงผู้เดียว และผู้ใหญ่ท่านที่ 1 จะโอนหุ้นทั้งหมดให้ รวมทั้งไม่ต้องออกเงินทุนอีก 1 แสนบาท

จึงเป็นที่มา ที่ผมต้องตกกระไดพลอยโจร เป็นกรรมการผู้จัดการของบริษัท พีดับบลิวดี เอาท์ซอส เมเนจเมนท์ จำกัด และทำให้ผมมีผลงานจากโครงการต่างๆ ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

ส่วนตัวแล้ว ผมต้องขอบคุณผู้ใหญ่ท่านที่ 1 ที่ได้เปิดโอกาสให้ผมได้เข้ามามีบทบาทในวงการผู้นำคนพิการ ทำให้ผมได้ใช้ความรู้ความสามาารถในการทำงานด้านพัฒนาอาชีพคนพิการ จนได้รับการยอมรับในสังคมจนถึงปัจจุบัน และที่สำคัญมากคือ ผู้ใหญ่ท่านที่ 2 (คุณสุทิน จันทา) ที่ได้ให้เงินสนับสนุนช่วยเหลือในการก่อตั้งบริษัท เป็นจำนวนเงิน 2 แสนบาท เพราะลำพังเงินหมุนเวียนของผมนั้นคงไม่เพียงพอ และผมก็ถือว่า บริษัทพีดับบลิวดีฯ นั้น ที่ก่อตั้งขึ้นมาได้ มีจุดเริ่มต้นจากผู้ใหญ่ทั้ง 2 ท่านนี้ (ยังมีผู้ใหญ่ (คนปกติ) อีก 2 ท่านที่มีส่วนร่วมถึงความสำเร็จ ซึ่งผมขอเรียบเรียงอีกครั้ง แต่สำหรับบทความนี้ ผมขอกล่าวเฉพาะถึงผ้ใหญ่ทั้ง 2 ท่านแรกก่อนเนื่องจากเป็นคนพิการทั้งคู่)

หมายเหตุ : ที่ผมไม่เอ่ยนามชื่อผู้ใหญ่ทุกท่าน เพราะว่า เกรงว่าจะมีผลกระทบต่อทั้ง 2 ท่าน และถ้าผมได้รับการอนุญาตเมื่อใด ก็จะมาเปลี่ยนแปลงข้อมูลให้ ครับ

หมายเหตุ : เมื่อ 16/10/2553 ผมได้โทรไปขออนุญาตคุณสุทิน จันทา แล้ว และได้รับการอนุญาตให้เอ่ยนาม จึงได้ระบุ ในวงเล็บ ผมต้องขอขอบพระคุณมา ณ ที่นี้ด้วยครับ

ขอบคุณครับ
ปรีดา ลิ้มนนทกุล
คนทุพพลภาพมืออาชีพ
.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น