โครงการ "เป้ยังชีพ" ช่วยเหลือชีวิตคนพิการรุนแรง

โครงการ Workable "พิการแต่ทำงานได้" ฝึกอบรมฝึกงานคนพิการตามมาตรา 35

9 มิถุนายน 2555 @ ไปเยี่ยมชมฟาร์มโคนมไทย-เดนมาร์ค (องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย) ที่มวกเหล็ก จ.สระบุรี

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้มีเหตุการณ์ทีเผลอ ทำให้ผิดพลาดเรื่องงานที่ไม่ได้เข้าร่วมประชุม แต่กลับกลายเป็นว่า ผมและพี่ดวงพร พี่เพ็ญศรี ได้มีโอกาสพักผ่อนบ้าง ด้วยการไปเยี่ยมชมฟาร์มโคนมไทย-เดนมาร์ค แทนครับ ซึ่งผมเคยคุ้นๆ นะครับว่าเคยมาตอนเด็กๆ แต่จำไม่ได้ว่า ช่วงอายุเท่าไหร่ แต่ที่แน่ๆ ตอนนี้ก็ 40 พอดีครับ การเยี่ยมชมต้องเสียค่าบัตรเข้าคนละ 100 บาท และต้องนั่งรถพ่วงที่ใช้แทรกเตอร์ลากที่หัวขบวน

พวกเราพยายามแล้วที่จะให้ผมได้ไปนั่งบนรถลากของทางฟาร์ม แต่ฝืนไม่ได้ครับ ไม่เอื้อเลย ประเด็นนี้หากว่าคนพิการออกมานอกบ้านกันในปริมาณมาก ผมคิดว่า สถานที่ต่างๆ ก็จะทราบปัญหา แล้วอาจจะหาทางแก้ไข ปรับปรุงต่อไปก็เป็นได้ครับ จึงทำให้จำเป็นต้องนั่งไปด้วยกันกับรถปุยฝ้ายครับ และมีเพียงเรากลุ่มเดียวที่เข้าเยี่ยมชม จึงเป็นผู้เยี่ยมชมแบบ VIP มากครับ

ลำดับการเยี่ยมชม คือ 
  • ดูบรรยากาศภายในฟาร์มพร้อมฟังประวัติของฟาร์ม ที่เป็นพระวิริยะอุตสาหะของในหลวงเราในการก่อตั้งและช่วยเหลือเกษตรกรในการผลิตนมวัวให้คนไทยดื่มครับ 
  • เมื่อถึงอาคารเดิม 1962 ก็ดูคลาสิคมากเลยครับ (อาจมีอารมณ์เก่าๆ บ้าง) 
  • แล้วก็ไปยังอาคารฉายวีดีทัศน์ประวัติฟาร์ม 
  • จากนั้นไปเยี่ยมชมคอกวัว ดูพ่อพันธุ์วัวตัวใหญ่มากๆๆๆๆ และให้นมลูกวัว
  • อ้อมคอกวัวไปดูการสาธิตโยนเชือกคล้องวัว และล้มวัวเพื่อการดูแล-รักษา
  • กลับมาที่อาคารดั่งเดิมเพื่อดูการสาธิตการรีดนมวัว และทดลองรีดนมวัว
  • แล้วก็นั่งรถกลับไปยังสำนักงานด้านหน้าฟาร์ม ครับ
ใช้เวลาไม่มากนะครับ ปกติถ้าคนเยี่ยมชมมากก็ประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง แต่เรามีกันน้อย จึงไม่ถึง 1 ชั่วโมง ระหว่างการเยี่ยมชมมีความคิดวิ่งผ่านในสมองมากมาย ว่าทำไมคนมาน้อย เหมือนคนไทยไม่ค่อยสนใจเรื่องฟาร์มโคมนมสักเท่าไหร่ ถ้าเป็นแบบนี้ การที่ประเทศไทยมีอัตราคนในประเทศดื่มนมวัวสดๆ น้อยจนเกษตรกรต้องเอานมสดมาเททิ้งบนถนน เพราะปริมาณการบริโภคหรือใช้งานน้อยจนน่าตกใจ ก็เป็นเหตุผลที่สนับสนุนกัน ดังนั้นผมคิดว่าต้องเริ่มจากจุดเริ่มต้น พอมาฟาร์ฒโคมนมไทย-เดนมาร์ค ทำให้ผมอยากกินนมวัวขึ้นมาเลย ดังนั้นถ้าอยากให้เด็กๆ ดื่มนมวัว ก็ควรพามาเที่ยวฟาร์มกันนะครับ


บัตรค่าเข้าเยี่ยมชมราคาบัตรละ 100 บาทครับ


รถลากเข้าดูสถานที่ครับ


เจ้าปุยฝ้ายที่เป็นพาหนะคู่ใจครับ


อาคารดั่งเดิมที่อยู่ในกล่องนมไทย-เดนมาร์ค ครับ


ป้ายดั่งเดิมตั้งแต่ปี 1962 ครับ



ถ่ายภาพหมู่ร่วมกับวิทยากรของฟาร์มครับ




กำลังนั่งฟังวีดีทัศน์ประวัติของฟาร์ม




พ่อพันธุ์ในคอกหนักตั้ง 900 กก. ครับ


อาจจะไม่สะดวกสักหน่อยเหมือนเวลาเราเดินแล้วพื้นไม่เรียบ
ตลอดการเยี่ยมชม รถเข็นสามารถเข้าได้ทุกพื้นที่นะครับ


พี่ดวงพร กำลังให้นมลูกวัวครับ ดูดแป๊บเดียวหมดขวดเลยครับ




วิทยากรกำลังสาธิตในการใช้เชือกจับวัวให้ล้มลงนอนง่ายๆ






โดยต้องมัดคอ รอบปาก และใต้ท้อง วัวก็จะล้มลงง่ายๆ
เพื่อประโยชน์ในการฉีดยา รักษา ดูแลตามตัวของวัวครับ





มาถึงขั้นตอนการรีดนมวัว การบรรยายสุดท้ายครับ



วิทยากรกำลังอธิบายถึงขั้นตอนการตรวจสอบลักษณะนมด้วยสายตา



พี่ดวงพร กำลังทดลองรีดนมวัวดูครับ


ลักษณะนมวัวที่รีดแล้วใช้งานสำหรับให้ลูกวัวดื่มต่อไป


ขากลับผ่านค่ายเรียนรู้เกษตรธรรมชาติ ถ่ายภาพมาฝากครับ

นานๆ จะได้มาเที่ยวแบบนี้ แบบว่าทีเผลอนะครับ เพราะผมมีนิสัยไปนอกบ้านต้องไปเรื่องงานเท่านั้น ดังนั้นแล้ว เมื่อไหร่เผลอหรือบังเอิญค่อยได้ที่ยวแบบนี้ครับ หากครั้งไหนเผลอได้เที่ยวอีกก็จะนำมาฝากเพื่อนๆ นะครับ

ขอบคุณครับ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น