โครงการ "เป้ยังชีพ" ช่วยเหลือชีวิตคนพิการรุนแรง

โครงการ Workable "พิการแต่ทำงานได้" ฝึกอบรมฝึกงานคนพิการตามมาตรา 35

28 ตุลาคม 2553 @ ผมได้มีโอกาสไปร่วมประชุมภาคประชาชน เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย

เขียนที่บ้าน 29 ตุลาคม 2553

เมื่อวาน 28/10/2553 ผมได้มีโอกาสไปร่วมประชุมภาคประชาชน เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ที่อาคาร SM Tower ตามที่พี่ปรเมศวร์ มินศิริ ผู้ก่อตั้ง Thaiflood.com ผมรู้สึกดีใจ และเป็นเกียรติมาก ผมได้พบกับบุคคลระดับประเทศมากมาย รู้สึกได้เลยว่า ตัวเล็กนิดเดียว และผมได้มีโอกาสนำเสนอถึงทีมงานคนพิการ ที่มีส่วนร่วมในการทำประโยชน์เพื่อสังคม ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ได้บ้าง ก่อนที่จะพิมพ์บทความให้ทุกท่านได้อ่าน ผมขอแนะนำว่า ในวันที่ประชุมนั้น มีบุคคลท่านหนึ่ง คือ คุณพัชร เกิดศิริ ที่มีความสามารถในการบันทึกเรื่องราว ซึ่งถือว่า เป็นสิ่งสำคัญ การบันทึกที่ดี สามารถที่จะนำไปปฏิบัติ หรือปรับใช้ในอนาตได้ จึงอยากให้ทุกท่านได้อ่านบันทึกของคุณพัชร ซึ่งข้อมูลจะครบถ้วนมากกว่าครับ

แนวคิดการจัดตั้ง คชอ.ภาคประชาชน ( กำลังตั้งชื่อ ) 29 October 2010

วันที่ 28 ตค ที่ผ่านมา มีการประชุมภาคประชาชนที่ตึก SM Tower ครับ การช่วยเหลือช่วงวิกฤติ หนุนให้ชุมชนช่วยชุมชน ,หนุนให้ชุมชนที่ประสบภัยมีระบบช่วยตัวเอง มีคณะทำงานแบ่งเป็นทีมประสานงาน ทีมสำรวจความเสียหาย ทีมจัดการอาหารทีมจัดและกระจายของบริจาค ทีมการเงิน ทีมรักษาความปลอดภัยและความสะอาด ฯลฯ .....อ่านต่อ

หลังจากอ่านบันทึกของคุณพัชร แล้ว ส่วนตัวผมอยากถ่ายทอดมุมมองของผมแทน นะครับ เริ่มจาก ผมชอบคำพูดของ ดร.สมิทธ ธรรมสโรช ที่เชื่อมั่นในทัศนคติที่ว่า การป้องกัน และเตรียมการ นั้นดีกว่าการแก้ปัญหา ซึ่งผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง และพอยิ่งได้ฟังจาก ดร.สมิทธ ได้อ้างอิงว่า ภาครัฐมีเครื่องมือในการตรวจวัด รวมทั้งพยากรณ์ได้อย่างแม่นยำ โดยเฉพาะเรื่องน้ำฝน บวกกับความรู้เดิม ที่ผมมีอยู่ เกี่ยวกับด้านสิ่งแวดล้อม เครื่องมือวัด และการควบคุม จึงทำให้อดสงสัยไม่ได้ว่า น้ำท่วมใหญ่ครั้งนี้ ไม่น่าจะส่งผลกระทบรุนแรงขนาดนี้ หากมีการเตรียมการ และวางแผนที่ดี เหมือนเช่นปัจจุบันนี้ ที่มีการชลอการเดินทางของน้ำได้

ประทับใจกับการทำงานภาคสนามของ คุณรัฐภูมิ อยู่พร้อม มูลนิธิ 1500miles กับอาสาทุกท่าน ผมได้มุมมองดีๆ หลายเรื่อง จากมิติของการทำงานของคุณรัฐภูมิ แล้วก็มีฮาๆ แทรกด้วยครับ ที่ชาวบ้านใช้ "เรือยาว" มารับสิ่งของบริจาคด้วย คือไม่ได้ขำนะครับ แต่หมายถึง ก็มีมุมน่ารักๆ ของเรือที่ชาวบ้านก็มีเรือเหมือนกัน ได้อารมณ์ความรู้สึกถึงความสามัคคีได้ดีมากครับ

เห็นด้วยอย่างยิ่งกับ คุณปรีดา คงแป้น มูลนิธิชุมชนไท ที่ได้ให้องค์ความรู้ ในการบริหารจัดการของชุมชนเอง ซึ่งถือว่าเป็นการทำให้ชุมชนเข้มแข็ง ตรงกับวัตถุประสงค์ที่ชุมชนต้องการ ลดภาระภาครัฐ ได้อย่างน่าสนใจ และส่วนตัวกลับแอบคิดว่า น้ำท่วมคราวนี้อาจจะชะล้างคนมีสีได้ด้วยนะครับเนี่ย เพราะท่วมหนักขนาดนี้ ผมคิดว่า ถ้ายังแยกสีกันอีก คงจะแย่ไปกันใหญ่ หวังลึกๆ ว่า หัวหน้าชุมชนบางแห่งที่ไม่เคยมองหน้ากัน จะร่วมมือร่วมใจกัน ก็ตอนน้ำท่วมนี่ละครับ

จริงๆ แล้ว ยังมีอีกหลายท่านเลยนะครับ ที่ได้แสดงความคิดเห็นที่มีประโยชน์ เช่น พี่ปรเมศวร์ มินศิริ ผู้ก่อตั้ง Thaiflood.com ที่พูดถึงการร่วมมือของภาคประชาชน ที่ผมคิดว่าเป็นการเขย่าตระกร้ากลุ่มต่างๆ เข้าด้วยกัน เนื่องจากทุกท่าน ในสายตาผม ถือว่าเป็นผู้นำทั้งหมด คงต้องมีใครสักคนที่ช่วยเข่าให้ แล้วทุกอย่างก็ะจับคู่ จับขั้ว ที่เหมาะสม กันเอง หรือจะคุณตฤณ ตัณฑเศรษฐี มูลนิธิโอเพ่นแคร์ ที่ผมเคยได้รับฟังมา ตั้งแต่ตอนที่ไปงาน Crisis Camp ที่ ม.ศรีปทุม ชอบบุคคลิก คุณสฤณี อาชวานันทกุล (นักเขียนอิสระ) เป็นการส่วนตัว ตั้งแต่งาน WordCamp แล้วนะครับ

(ถ้าอย่างไร ผมจะมาเขียนต่อนะครับ เริ่มมึนๆ แล้วครับ ตี 5 แล้ววววว......ฮ้าว...ง่วงนอนครับ)

ขอบคุณครับ
ปรีดา ลิ้มนนทกุล
คนทุพพลภาพมืออาชีพ
.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น